# วิชา รัฐศาสตร์ | EP.1/3 | THE LECTURE

https://www.youtube.com/watch?v=TXAWWQ-8tjI

[00:00] [เพลง]
[00:00] รัฐศาสตร์หมายถึงอะไรและมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
[00:03] มาหาคำตอบนี้พร้อมกันกับ The Lecture podcast.
[00:10] สวัสดีครับท่านผู้ชมท่านผู้ฟังทุกท่าน.
[00:13] วันนี้ The Lecture จะมาเรียบเรียงวิชารัฐศาสตร์ ศาสตร์แห่งการปกครองที่อยู่ร่วมกันกับมวลมนุษยชาติมาอย่างยาวนานมากกว่า 1000 ปี.
[00:23] ในภาษาอังกฤษครับ รัฐศาสตร์นั้นอ่านว่า political science.
[00:30] ในภาษาอิตาลีอ่านว่า scienza politica.
[00:35] คำว่า political มาจากภาษากรีกที่แปลว่าเมืองหรือว่าการเมือง.
[00:39] คำว่า science มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่าวิทยาศาสตร์หรือว่าการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ.
[00:47] ฉะนั้นครับ เราจะพออนุมานกันได้ว่าคำว่า political science นั้นหมายถึงการคิดวิเคราะห์การเมืองอย่างเป็นระบบ.
[00:58] มาเริ่มต้นด้วยคำว่ารัฐศาสตร์ในภาษา.
[01:02] ไทยครับรัฐศาสตร์นั้นคือคำ 2 คำระหว่างรัฐและศาสตร์.
[01:05] คำว่ารัฐนั้นหมายถึงอะไร.
[01:08] คำว่ารัฐนั้นหมายถึงรัฐ เมือง ประเทศ หรือว่าชาตินะครับ.
[01:12] ส่วนคำว่าศาสตร์นั้นหมายถึงตำราหรือว่าวิชา.
[01:15] ดังนั้นคำว่ารัฐศาสตร์ในภาษาไทยจึงหมายความได้ว่าวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของรัฐ.
[01:22] แต่ก็ยังคงอิงกับหลักวิทยาศาสตร์ของมนุษย์เพราะว่ารัฐนั้นถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์.
[01:28] จึงมีการศึกษาวิชาเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่มีชื่อว่ารัฐศาสตร์ครับ.
[01:35] หากเราเจาะลึกลงไปในวิชารัฐศาสตร์ เราจะพบว่ามนุษย์เรานั้นศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง.
[01:42] 2 คำนี้อาจจะฟังแล้วดูคุ้นหูนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราจะต้องเข้าใจและรู้ความหมายของมัน.
[01:50] คำว่าการเมืองนั้นหมายถึงอะไร.
[01:54] คำว่าการเมืองนั้นหมายถึงกิจกรรมที่แสวงหาผลประโยชน์ต่อสาธารณะ.
[01:57] คำว่าการเมืองของบุคคลสำคัญทางรัฐศาสตร์อาจจะมีความแตกต่างกัน.
[02:03] ออกไป แต่โดยสรุปรวมแล้วจะเห็นพ้องไปในทางเดียวกันว่า คือการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือสาธารณะ.
[02:13] อาทิเช่น เพลโต นักปราชญ์ชาวกรีกที่ให้ความหมายกับคำว่าการเมืองไว้ว่าเป็นกิจกรรมที่แสวงหาความยุติธรรม.
[02:21] อาริสโตเติล บิดาแห่งรัฐศาสตร์ ให้ความหมายกับคำว่าการเมืองว่า เป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อสาธารณประโยชน์.
[02:34] มาถึงส่วนที่ 2 ครับ คือคำว่าปกครอง.
[02:38] คำว่าปกครองหรือว่าการปกครองนั้น หมายถึงการใช้อำนาจที่ได้รับมา ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน มาปกครองให้ได้มาซึ่งประโยชน์ต่อสาธารณะ.
[02:49] และการปกครองในโลกใบนี้นั้นก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น การปกครองแบบประชาธิปไตย การปกครองแบบเผด็จการ.
[02:59] และการปกครองที่กล่าวถึงนี้ก็ยังสามารถแบ่งแยกเป็นอีกหลายระดับได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น.
[03:04] ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือว่าส่วนท้องถิ่น
[03:08] เอาล่ะครับ ว่าเราพอจะเข้าใจความหมายพื้นฐานเบื้องต้นของคำว่ารัฐศาสตร์กันแล้ว
[03:13] คราวนี้ครับ เรามาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวิชารัฐศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
[03:21] ถึงแม้นะครับว่าวิชารัฐศาสตร์นั้นจะเพิ่งมีการก่อตั้งและได้รับการยอมรับอย่างจริงจังในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา แต่หลักการ ตำรา หรือว่าทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับรัฐมีมานานตั้งแต่ยุคกรีกหรือราวๆ 2500 ปีก่อนหน้านี้แล้ว
[03:41] และดูมีท่าทีว่าจะมีการพัฒนาองค์ความรู้ทางการเมืองขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้งด้วย
[03:47] โดยมนุษย์เรานั้นจะแบ่งศาสตร์แห่งรัฐนี้ออกเป็นทั้งหมด 6 ยุคหลักๆ ด้วยกัน คือ 1. ยุคกรีก 2. ยุคโรมัน 3. ยุคกลาง 4. ยุคฟื้นฟู 5. ยุคสมัยใหม่ และ 6. ครับ ยุค
[04:06] ปัจจุบันมาเริ่มต้นกันที่ยุคที่ 1 ครับ
[04:09] ยุคกรีกยุคกรีกนั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูมากในทางรัฐศาสตร์
[04:15] บุคคลสำคัญในยุคนี้ได้แก่เพโตและก็อาริสโตเติล
[04:19] การเมืองในยุคนี้นั้นศึกษาด้านปัชญาวิทยาศาสตร์และจริยธรรมซึ่งถือได้ว่ามีความเจริญอย่างมากมุ่งเน้นและสอะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่รัฐ
[04:30] แต่อย่างไรก็ตามครับชนชั้นพลเมืองเท่านั้นที่จะสามารถออกความเห็นทางการเมืองได้
[04:36] ยุคกรีกนั้นจะแบ่งชนชั้นพลเมืองทั้งหมด 3 ชนชั้นได้แก่ 1 ครับทาส
[04:42] ชนชั้นทาตนั้นถือว่าเป็นชนชั้นที่มีศักดิ์ต่ำที่สุดในสังคมซึ่งในสังคมในเวลานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดามากนะครับที่มีธาตุและจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีด้วย
[04:56] ธาตุนั้นนั้นเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้ที่ทำงานอย่างหนัก
[05:02] กล่าวกันว่าในนครรัฐใหญ่ๆอย่างเเทนนั้นมีทาสถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรและ
[05:09] ทาสก็ไม่สามารถออกความคิดเห็นทางการเมืองหรือปฏิบัติหน้าที่ในสภาเมืองได้เช่นเดียวกันกับเพศหญิงครับ
[05:18] มาถึงส่วนที่ 2 ครับ คือชนชั้นคนต่างด้าว
[05:22] คนต่างด้าวในที่นี้หมายถึงคนที่มาจากต่างแดนและมาใช้ชีวิตหรือว่าประกอบอาชีพในเมืองๆ หนึ่ง
[05:29] และคนกลุ่มนี้ครับก็ไม่สามารถที่จะออกความคิดเห็นทางการเมืองหรือทำกิจกรรมทางการเมืองได้เช่นกัน
[05:33] มาถึงชนชั้นที่ 3 ครับ ชนชั้นพลเมืองถือได้ว่าเป็นชนชั้นที่มีศักดิ์สูงที่สุดในสังคม
[05:40] มีสิทธิในการออกความคิดเห็นทางการเมืองและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในสภาเมืองได้
[05:46] ในยุคนี้ครับแม้กระทั่งในครอบครัวก็ยังมีการแบ่งชนชั้นว่าหัวหน้าครอบครัวนั้นจะต้องเป็นผู้ชายและมีสิทธิเหนือผู้ใดในบ้าน
[05:58] และนี่ครับคือภาพรวมของวิถีแห่งศาสตร์แห่งการปกครองในยุคกรีก
[06:04] มาเข้าสู่ยุคที่ 2 ของทั้งหมด 6 ยุค
[06:09] การศึกษาประวัติความเป็นมาของวิชารัฐศาสตร์ศาสตร์ที่ว่าด้วยการเมืองและการปกครองในยุคโรมันหรือประมาณ 700 ปีก่อนคริสตกาล.
[06:20] การศึกษารัฐศาสตร์ในยุคโรมันนั้นจะแตกต่างจากยุคกรีกอย่างสิ้นเชิง.
[06:25] การศึกษารัฐศาสตร์ในยุคโรมันจะมีความสลับซับซ้อนและแข็งแรงมากกว่า.
[06:32] มีแนวคิดการเมืองที่ดีนั้นคือการเมืองที่มีคุณธรรม มีอุดมคติ รักในชาติของตน และกำเนิดแนวคิดทางการเมืองสมัยใหม่ที่เรียกว่าการเมืองแบบสาธารณรัฐหรือ UBC.
[06:46] ชาวโรมันนั้นจะทำมากกว่าพูด จะมองโลกในแง่ของความเป็นจริง จึงทำให้การแก้ปัญหาของชาวโรมันนั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริงและรวดเร็วไม่มีนามธรรม.
[07:00] และที่สำคัญคือชาวโรมันนั้นสามารถยอมรับความแตกต่างได้ ความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางเชื้อชาติ เมื่ออาณาจักรโรมันนั้นยิ่งใหญ่มาก.
[07:10] ขึ้นจากระบบที่แข็งแรงโรมันได้ทำสงครามและขยายอาณาเขตจนไปผนวกลวงกับชาติอื่นๆ
[07:18] ทำให้จำเป็นอย่างยิ่งครับที่ชาวโรมันนั้นจะต้องอยู่กับชาติอื่นๆ
[07:23] และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากครับที่ชาวโรมันนั้นสามารถยอมรับความแตกต่างได้
[07:29] ทำให้ชาติอื่นๆที่อยู่กับชาวโรมันรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่ได้แตกต่าง
[07:37] ทำให้โรมันสามารถมีอายุยืนยาวได้หลายร้อยปี
[07:39] เสริมความแข็งแกร่งของรัฐโรมันได้อีกอย่างหนึ่งครับคือการบังคับใช้กฎหมาย
[07:43] กฎหมายของโรมันนั้นเป็นที่แรกๆของโลกโดยสมัยพระเจ้าจัสติเนียนจักรพรรดิที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของโรมัน
[07:54] ซึ่งกฎหมายของโรมันนี้เป็นต้นแบบให้กฎหมายของหลายๆชาติทั่วโลกในเวลาต่อมา
[08:01] ทั้งนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย
[08:05] มาต่อกันที่ยุคที่ 3 ครับยุคกลางหรือว่ายุคมืดหลังจากคริสตศักราชที่
[08:12] 476 จักรวรรดิโรมันอันยิ่งใหญ่นั้นได้ล่มสลายลงจากเหตุการณ์ที่ชนเผ่าเยอรมันบุกเข้ามาในอารยธรรมโรมันทำให้ผู้คนนั้นล้มตาย.
[08:21] จากที่กรุงโรมเคยเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะการค้าเศรษฐกิจกองทัพหรือสงครามก็ต่างล่มสลายไปบวกกับการขัดแย้งภายในอาณาจักรโรมัน.
[08:33] สุดท้ายแล้วจักรพรรดิชาร์เลอมาญก็ได้รวบรวมแผ่นดินต่างๆกลับเข้าด้วยกันสำเร็จและก่อตั้งเป็นจักรวรรดิแฟรงค์ขึ้นมา.
[08:43] และนี่ครับคือจุดเริ่มต้นของยุคกลาง.
[08:47] วิชารัฐศาสตร์ในยุคกลางนั้นถือได้ว่าหยุดชะงักลงอย่างกระทันหัน.
[08:52] ความเป็นรัฐลดลงศาสนจักรเข้ามาแทนที่.
[08:57] เมื่อจักรพรรดิชาร์เลอมาญได้รับการสวมมงกุฎจากพระสันตะปาปาให้เป็นจักรพรรดิแห่งโรมันคนต่อไป.
[09:05] ถึงแม้ครับโรมันจะยังคงอยู่แต่ก็เสื่อมอำนาจลงอย่างมากในเวลานี้ผู้คนชาวโรมัน.
[09:13] ที่เดิมนับถือศาสนาคริสต์คาทอลิกกันอยู่
[09:16] แล้วก็ยิ่งศรัทธาในสมเด็จพระสันตปาปาและกษัตริย์มากขึ้นเมื่อกษัตริย์ได้รับมงกุฎจากตัวแทนของพระเจ้า
[09:24] ผู้คนจึงเชื่อว่าพระเจ้าได้ส่งกษัตริย์องค์นี้มาปกครอง
[09:29] จึงทำให้อำนาจของกษัตริย์และสมเด็จพระสันตปาปาในเวลานี้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมาก
[09:36] สมเด็จพระสันตปาปาในเวลานี้ครับถือได้ว่ามีอำนาจเหนือกษัตริย์ก็ว่าได้
[09:43] พูดอย่างไรคนก็เชื่อ
[09:46] มีอำนาจลงโทษผู้ที่คิดเห็นต่างกับศาสนา
[09:50] ว่าของเรื่องการเมืองไปแล้วมาดูเรื่องการปกครองของยุคกลาง
[09:53] ยุคกลางนั้นปกครองในระบอบศักดินาครับ
[09:56] ใครที่มีพื้นที่หรือว่าที่นามากก็จะถือได้ว่ามีอำนาจมาก
[10:00] ซึ่งกษัตริย์มีที่ดินมากที่สุดและปล่อยให้ชนชั้นพลเมืองเช่า
[10:04] ส่วนพระสันตปาปาก็รู้กันอยู่ว่าอยู่ในฐานที่เป็นประมุขของ
[10:14] ศาสนาพระสันตปาปาครับในยุคนี้ถือได้ว่ามีอำนาจเหนือกษัตริย์ก็ว่าได้
[10:18] พูดอย่างไรคนก็เชื่อ
[10:21] และในยุคเดียวกันนี้เองครับเกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างศาสนาขึ้นคือสงครามคูเศษ
[10:28] เป็นเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกันในศาสนาแย่งดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่าเยรูซาเล็มซึ่งอยู่บริเวณตะวันออกสุดของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
[10:38] สงครามครั้งนี้ครับกินเวลายาวนานมากกว่า 200 ปี
[10:42] เริ่มต้นสงครามในปี 1995 โดยมีพระสันตปาปาเออร์บันที่ 2 เป็นผู้ประกาศสงครามและชักชวนให้พลเมืองชาวคริสต์ยกทัพทำสงครามกับชาติอิสลามที่อยู่บริเวณเยรูซาเล็มและชาติโดยรอบ
[11:02] นอกจากยุคนี้วิชารัฐศาสตร์จะหยุดชะงักการพัฒนาลงและยังมีการก่อสงครามทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากทั้งรัฐศาสตร์การเมือง
[11:14] ศิลปะหรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมต่างก็ดับสูญไปตามกาลเวลา
[11:18] และใน EP ต่อไปครับเราจะมาว่ากันถึงยุคที่ 4 คือยุคฟื้นฟูหรือว่ายุคเรอเนซองส์เป็นยุคที่กำเนิดความตื่นรู้ไม่ว่าจะเป็นทางรัฐศาสตร์ทางวัฒนธรรมหรือทางศิลปะ
[11:34] และในยุคนี้นั้นได้กำเนิดนักศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลกนั่นก็คือดาวินชี่
[11:43] และเริ่มมีการสำรวจโลกของยุโรปทำให้พบเจอดินแดนใหม่ๆและมีการโอนย้ายถ่ายเปลี่ยนมหาอำนาจโลก
[11:52] หากฟังมาถึงตรงนี้แล้วครับขอคนละ 1 ไลก์และ 1 ติดตามเพื่อจะได้ไม่พลาดความรู้และสาระดีๆจาก The Lecture podcast
[12:03] สำหรับวันนี้สวัสดี
[12:07] [เพลง]
[12:17] ครับ
