# EP.1 บรรยายเนติ (กฎหมายอาญา) สมัย 1/78

https://www.youtube.com/watch?v=StbSYK3f6aw

[00:00] อ่าสวัสดีครับนักศึกษา
[00:04] ครับวิชานี้ก็เป็นวิชาเอ่อกฎหมายอาญานะฮะ
[00:11] ตั้งแต่มาตรา 209
[00:15] -287 นะแล้วก็มีเรื่องของระหุโทษด้วยนะ
[00:19] ฮะอ่าภาคนี้เป็นการบรรยายภาคค่ำของภาค 1
[00:27] นะฮะในส่วนของการบรรยาย
[00:31] เนี่ยมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยนะฮะคือตาม
[00:35] ปกติเนี่ยเบรรยายภาคค่ำก็จะเป็นแค่ 1 คาบ
[00:40] ชั่วโมงนะฮะ 1 คาบก็จะประมาณ 50 นาทีอ่า
[00:44] อันนี้ก็มีการจัดเปลี่ยนให้เวลานั้นเ่อ
[00:48] เหมาะสมแล้วก็ลงตัวนิดนึงก็มีการขอแลกกับ
[00:51] ท่านอาจารย์เอ่อที่บรรยายวิชากฎหมายปก
[00:54] ครองนะครับงั้นในครั้งแรกเนี้ยนะฮะก็ผมก็
[01:00] จะบรรยายไป 2 ช่โมง 2 คาบติดต่อกันนะฮะก็
[01:05] จะเริ่มตั้งแต่เฮะ 17:00 น.นะครับคาบละ 50 นาทีก็จะไปถึงเวลาประมาณนะฮะ 18:40 น.โดย
[01:15] ที่เอ่อจะขออนุญาตเราไม่พักนะฮะไม่พักในระหว่างนั้นก็ถ้าหากว่านักศึกษามีกิจธุระอยากจะเดินไปทำไปทำธุระก็เชิญได้ตามสะดวก
[01:28] ไม่เป็นไรนะครับก็จะถึงเวลาประมาณสัก 18:40 น.บวกลบนิดหน่อยนะฮะก็จะเป็นอย่างงั้นนะนี้
[01:39] ในครั้งต่อไปนะฮะก็จะเป็นวิชาอ่ากฎหมายปกครองนะครับซึ่งท่านอาจารย์ที่ท่านบรรยายวิชากฎหมายปกครองท่านก็จะบรรยาย 2 คาบติดกันเช่นเดียวกันนะฮะ
[01:49] เราจะมีเวลาเอ่อบรรยายนะฮะในวิชาเนี้ยประมาณซักเอ่อ 14 ช่มงนะฮะ
[02:00] ใน 14 ช่มงเนี่ยอาจจะว่ากันตงในเนื้อหาตั้งแต่ทั้งหมดที่ได้รับมอบหมายมา
[02:06] ตั้งแต่ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนซึ่งเราจะเริ่มต้นในวันนี้นะฮะ
[02:11] แล้วก็ไปเรื่องของความผิดเกี่ยวกับเอ่อที่เป็นพยันตรายต่อประชาชนนะฮะความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงอ่าปลอมและแปลงนะครับความผิดเกี่ยวกับเรื่องของอ่าความผิดเกี่ยวกับเพศแล้วก็เรื่องของระหุโทษนะฮะเอ่อการบรรยายก็ผมก็จะขอบับยายไปเรียงตามลำดับมาตราที่ทางกฎหมายเนี่ยได้บัญญัติเอาไว้นะฮะแล้วก็การศึกษาเนี่ยก็จะจะบรรยายก็จะอ่าบรรยายจะเป็นการศึกษาจากคำพิพากษาของศาลฎีกานะฮะซึ่งเอ่อในทางปฏิบัติเนี่ยเราก็จะพบว่าในส่วนของคำพิพากษาศาลฎีกาเนี่ยนะฮะก็คือส่วนที่ทางเ่อคู่ความผู้มีอรรถคดีทั้งหลายเนี่ยนะฮะได้พยายามที่จะเอ่อโต้แย้งแล้วก็คิดเป็นข้อต่อสู้ทั้งในแง่ของข้อ
[03:07] เท็จจริงและข้อกฎหมายนะฮะแล้วก็จะเป็นได้
[03:11] มองถึงแง่มุมของทางของกฎหมายได้ว่าในตัว
[03:15] ของกฎหมายเองนะฮะที่เราอยู่ในประเทศใน
[03:18] ระบบประมวลนะเราใช้ตัวบทกฎหมายเนี่ย
[03:21] ประมวลตัวบทที่เราเอ่อมีอยู่ในนะฮะจะ
[03:26] ประมวลกฎหมายอาญาเนี่ยนะฮะจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดตัวบทนะฮะโดยเฉพาะในกฎหมาย
[03:28] อาญาเนี่ยนะครับตัวประมวลกฎหมาย
[03:31] อาญาเราทราบกันดีอยู่แล้วว่ากฎหมายอาญา
[03:35] นั้นต้องตีความโดยเคร่งครัดตามตัวบทนะฮะ
[03:38] อันนี้เอ่อเป็นไปได้ยากนะฮะที่จะ
[03:42] บัญญัติตัวกฎหมายเนี่ยนะฮะให้ครอบคลุมไป
[03:46] เรื่องของทุกๆเรื่องทุกๆเหตุที่เกิดขึ้น
[03:52] จึงต้องมีเอ่อเหตุในการที่จะต้องอาศัยการ
[03:54] ตีความของเอ่อกฎหมายนะฮะซึ่งก็เราอาศัย
[03:56] การตีความจากของคำพิพากษาศาฎีกาที่วาง
[04:00] หลักกฎหมายในเรื่องต่างๆแต่ทั้งนี้ทั้ง
[04:04] นั้นเนี่ยคำพิพากษาศาิกาไม่ได้ตีความ
[04:08] เกลื่อนไปกว่าที่ตัวบทได้บัญญัติเอาไว้
[04:10] อย่างแน่นอนนะฮะเพียงแต่ว่าเราสามารถที่จะ
[04:12] นำเอามาใช้เป็นหลักใช้เป็นบรรฐานในการ
[04:16] ที่จะพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายต่างๆ
[04:18] เหล่านี้ได้นะฮะทนี้ในส่วนของเอ่อความผิด
[04:26] เกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนเนี่ยนะ
[04:28] ครับที่จะเป็นเอ่อเรื่องแรกที่เราจะพูด
[04:33] คุยกันในวันเนี้ยนะฮะก็ถ้าเราดูในตัวของ
[04:37] กฎหมายเองเนี่ยกฎหมายมันจะมีอยู่อยู่ 3
[04:40] ส่วนนะฮะที่เป็นความผิดนะฮะก็จะเป็น
[04:43] เรื่องของความผิดฐานเป็นอั้งี่นะฮะเป็น
[04:46] เรื่องของความผิดฐานเป็นซ่องโจรนะครับกับ
[04:50] อีกเรื่องนึงคือความผิดฐานมั่วสุมกันให้
[04:52] เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอ่าก็หลักๆ
[04:56] ในเ่อลักษณะความผิดเนี้ยนะฮะความผิด
[04:59] เกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนก็จะเป็น 3
[05:02] เรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่นะฮะแล้วก็มีราย
[05:05] ละเอียดปลกย่อยเล็กน้อยอื่นๆที่เกี่ยว
[05:08] ข้องนี้เราก็มาดูว่าไอ้ตัวความผิดฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจรเนี่ยกับความผิดฐานมั่วสุม
[05:17] ทำไมกฎหมายถึงต้องบัญญัติให้ขึ้นขึ้นมาในลักษณะอย่างนี้นะฮะก็เพราะว่าชื่อหมวดเ
[05:24] ชื่อชื่อเรื่องเนี้ยก็คือเรื่องของความสงบสุขของประชาชนนะฮะ
[05:30] ถ้าสังคมมีความสงบสุขประชาชนก็จะมีความเอ่อคิดที่จะสามารถดำเนินการต่างๆได้ตามกฎหมายนะฮะให้สังคมนั้นเกิดความก้าวหน้าไปทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมนะแต่ถ้า
[05:45] หากว่าสังคมเกิดความไม่สงบสุขเสียแล้วนะประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นสิ่งเหล่านี้มันก็จะปั่นทอนกำลังความสามารถของประเทศชาติรวมทั้งเรื่องของเอ่อเศรษฐกิจและสังคมเนี่ยมันก็จะเสื่อมโทรมลงไปนะฮะ
[06:01] ฉะนั้นเรื่องของความสงบสุขของประชาชนเนี่ยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญนะกฎหมายก็เลยบัญญัติเอาไว้ว่ากรณีที่จะมีใคร
[06:11] สักคนนึงหรือเป็นกลุ่มนะฮะมารวมตัวกัน
[06:15] เพื่อที่จะทำดำเนินการให้เกิดเป็นความผิด
[06:19] เกิดอันตรายแก่สังคมขึ้นมาเนี่ยเป็นสิ่งที่เราคงยอมรับไม่ได้นะฮะต้องมีกฎหมาย
[06:26] เนี่ยบัญญัติไว้ให้เป็นความผิดนะฮะโดยที่
[06:29] เอ่อการรวมกลุ่มของประชาชนเนี่ยนะฮะโดยปกติแล้วเราเรียกว่าการรวมกลุ่มประชาชนไม่ได้เป็นความผิดนะฮะแต่ว่าการรวมกลุ่ม
[06:38] โดยที่มีเจตนามีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะกระทำความผิดต่างหากนะฮะที่กฎหมายนั้นห้ามเอาไว้นะฮะอย่างเช่นถ้าถ้าเรามองนี่
[06:46] บอกว่าเอ่อ
[06:49] มีคน 2 คนหรือ 3 คนรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดนะฮะรวมกันเป็นหุ้นส่วนหรือว่าคน 7 คนรวมการจะตั้งบริษัทเนะฮะเอันนี้ก็เป็นการรวมกลุ่มกันเช่นเดียวกันหรือก่อตั้งสมาคมนี้ก็เป็นการรวมกลุ่มกันแต่ถ้าวัตถุประสงค์นั้นเป็น
[07:04] วัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมายอันนั้นก็เป็นเป็นสิ่งที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้นะฮะแต่สิ่งที่เรากำมามองว่ากฎหมายเนี่ย
[07:14] ห้ามไว้ก็คือในส่วนที่
[07:17] เอ่อการรวมกลุ่มกันเพื่อกระทำความผิดนะฮะ
[07:21] และเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของประชาชน
[07:23] เนี่ยนะกฎหมายจึงห้ามเอาไว้นะฮะอย่างเช่น
[07:26] ในฎีกาที่
[07:29] 16640/255 นะฮะศาฎีกาท่านก็
[07:33] เอ่อวินิจฉัยไว้อย่างเงี้ยนะครับวางหลัก
[07:36] ว่าความผิดฐานซ่องโจรเนี่ยเป็นความผิดตาม
[07:38] ประมวลกฎหมายอาญาลักษณะ 5 ความผิดเกี่ยวกับ
[07:41] กับความสงบสุขของประชาชนนะซึ่งบัญญัติไว้
[07:44] เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม
[07:47] ความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชนโดย
[07:49] ส่วนรวมนะฮะอันนี้ก็จะเป็นการยืนยัน
[07:53] เจตนารมณ์ที่ชัดเจนนะฮะว่าเนี่ยหลักกฎ
[07:56] หมายเป็นแบบนี้นะฮะฉะนั้น
[08:00] เอ่อเป็นเรื่องที่ไม่ได้เป็นในฎีกาเนี้ย
[08:03] นะครับพูดถึงเรื่องของสิทธิ์ในการฟ้องคดี
[08:06] นะฮะว่าว่าเ่อรัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสีย
[08:08] หายดิที่จะสามารถฟ้องคดีได้นะฮะแต่อย่าง
[08:12] ไรเเราได้หลักกฎหมายเราได้หลักคิดอยู่ข้อ
[08:15] นึงที่ว่าบทบัญญัติมาตราเนี้ยมองถึงความสงบสุขของประชาชนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมนะฉะนั้นเอ่อการรวมกลุ่มของคนเนี่ยนะฮะในความกับความผิดในลักษณะเยมันเกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นมาใช่ม
[08:27] ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความผิดฐานเป็นอั้งยี่นะฮะการเป็นซ่องโจรหรือว่าเ่อการมั่วสุมเนี่ยเราพูดถึงจำนวนคนที่เข้ามา รวมกลุ่มกันทั้งนั้นแล้วก็เป็นคนที่เข้ามารวมกลุ่มกันเพื่อกระทำความผิดนะฮะแต่ว่ามันมีข้อแตกต่างกันอยู่ในแต่ละฐานความผิดนะฮะถ้าเรามองกันถึงในแง่ของจำนวนคน ที่เข้ามารวมกลุ่มกันเนี่ยนะฮะอ้างยี่นะกฎหมายบัญญัติเอาไว้เพียงแค่เป็นแค่ 2 คนเท่านั้นเองนะฮะนะในรูปของคณะบุคคลฮะจำนวนคนเนี่ย 2 คนขึ้นไปนะคณะบุคคลส่วนซ่องโจรซ่องโจรนั้นจำนวน 5 คนนะฮะนะที่จะเป็นองค์ประกอบความผิดในเรื่องของจำนวนนะฮะซ่องโจรนั้น 5 คนส่วนมั่วสุมอ่ามั่วสุม
[09:17] เพื่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
[09:20] เนี่ยอ่าอันนี้ขยับขึ้นมาเป็น 10 คนนะฮะ
[09:25] ทีนี้เราก็มีมีคำถามขึ้นมาว่าเอ๊ะระหว่าง
[09:28] 2 ไป 5 แล้วก็ไป 10 เนี่ยนะมันมีกลางๆ
[09:31] อีกมั้นะปัจจุบันจริงๆมันมีหลักมันมีหลัก
[09:34] เกณฑ์มันมีกฎหมายขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งนะฮะ
[09:37] เรียกว่าเ่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบ
[09:39] ปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญกรรมข้าม
[09:41] ชาติอันนั้นเจำกัดไว้ว่าเป็นองค์กร
[09:44] อาชญากรรมเนี่ยมันคือเรื่องของ 3 คนนะฮะ
[09:48] 3 คนฉะนั้นก็ถ้า 2 คนก็เป็นเรื่องของ
[09:52] อ้างยี่นะฮะถ้า 3 คนเป็นเรื่องขององค์กร
[09:55] อัยกรรมข้ามชาตินะครับซึ่งเป็นตัวพระ
[09:58] ราชบัญญัติซึ่งอยู่นอกเหนือจากเอ่อเนื้อ
[10:01] หาที่จะบรรยายในเอ่อวิชานี้นะครับแต่ว่า
[10:05] หยิบมาเปรียบเทียบนะครับ 3 คน 5 คนเป็น
[10:09] เรื่องของซ่องโจรนะครับแล้วก็มั่วสุมใน
[10:11] เรื่องของ 10 คนเข้าไปอ่าซึ่งก็หมายความ
[10:16] ว่าอ่าการจะเป็นความสิษฐานอ้างยี่ที่เป็น
[10:21] คณะบุคคลนะฮะคณะบุคคลอาจจะมี 3 คนหรือ 4 คนหรือ 5 คนก็ได้นะไม่จำเป็นแต่ว่าเป็นขั้นต่ำอย่างน้อยต้อง 2 คนขึ้นไปทำนองอย่างนี้นะฮะ
[10:30] คราวนี้ลักษณะของการรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นเนี่ยนะฮะกฎหมายก็บัญญัติไว้แตกต่างกันอยู่นะ้าเราเปรียบเทียบกันเอ่อเรื่องของอ้างยี่เนี่ยอ้างยี่เป็นเรื่องของการเป็นสมาชิกของคณะบุคคลนะครับ
[10:43] การเข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลก็จะเป็นความผิดฐานเป็นอ้างยี่นะฮะ
[10:47] ส่วนซ่องโจรเนี่ยซ่องโจรเป็นเรื่องของการมวกสมคบนะฮะ
[10:54] ซ่องจนเป็นเรื่องการสมคบกันส่วนมั่วสุมนะฮะมัสุมอันนี้การรวมกลุ่มนั้นต่างคนต่างมานะต่างคนต่างมาถึงว่าเรียกว่าเป็นมั่วสุมกันนะครับ
[11:07] นี้เรามาดูแล้วในส่วนขององค์กรอาญกรรมล่ะฮะองค์กรอายกรรมองค์กรอาญกรรมเพูดถึงอ่าคณะบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปที่รวมตัวกันช่วงระยะเวลาหนึ่งและร่วมกันกระทำการใดโดยมีวัตถุประสงค์
[11:22] เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงและเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมนะฮะเรียกว่าองค์กรอากรรมนี้ก็ก่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคมเช่นเดียวกันนะฮะก่อให้เกิดผลกระทบเหล่านี้เช่นเดียว
[11:40] กันเอ่อการรวมกลุ่มกันเนี่ยนะถ้าพูดถึงเรื่องของการอ้างยี่นะฮะอ้างยี่นั้นเเป็นสมาชิกนะครับซ่องโจรนั้นเป็นเรื่องสมบ
[11:52] นะฮะเหมาะสมนั้นต่างคนต่างมานะการรวมกลุ่มกันต่างคนต่างมากันส่วนองค์กรอัยกรรมอ่าเป็นที่นำมาเปรียบเทียบเนี่ยนั่นก็คือว่าเขารวมกลุ่มกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพื่อรวมกันช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งร่วมกระทำการเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงโดยมีนิยามของความผิดร้ายแรงว่าเป็นความผิดอาญาที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกขั้นสูงตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นนะมันเลยทำให้เรามองเห็นภาพนะฮะของ
[12:23] ลักษณะของการรวมกลุ่มกันนะว่า
[12:26] วัตถุประสงค์ของแต่ละส่วนเนี่ยมันจะแตก
[12:28] ต่างกันละนะฮะในอ้างยี่เนี่ยนะอั้งยี่
[12:32] เนี่ยเป็นสมาชิกของคณะบุคคลนะซึ่งมีความ
[12:37] มุ่งหมายเพื่อการอนมิชอบด้วยกฎหมายนะในส่วนอ้างยี่แต่ในส่วนของช่องโจร
[12:44] นั้นเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกวอาญาภาค 2 นะโดยที่
[12:51] มีโทษจำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปใช่
[12:54] มั้ฮะนะอันนี้ก็คือซ่องโจรนะครับส่วนมั่วสุมนั้นวัตถุประสงค์เขาคือเอ่อเพื่อให้
[13:01] เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองนะซึ่งก็คือความผิดฐานก่อการจราจนเดิมนะตามกฎหมาย
[13:07] ลักษณะอาญานั่นเองนะฮะถ้าเราพูดถึงว่าก่อการจราจนเจะเห็นภาพชัดนะฮะแต่กฎหมายเ
[13:13] เปลี่ยนมาให้ให้เกิดเอ่อเอ่อ
[13:19] ความหมายที่กว้างขึ้นนะฮะเป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
[13:24] ส่วนการมีส่วนร่วมในองค์กรอัยกรรมข้ามชาติเนี่ยนะฮะเป็นเรื่องของเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงนะซึ่งมีโทษจำคุกขั้นสูงตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปนะฮะหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น
[13:39] อนี้ก็จะมองเห็นภาพคร่าวๆที่จะเปรียบเทียบกันนะว่าบางครั้งเราเอ่อศึกษาในคำพักษาศาฎีกาเนี่ยจะเห็นว่าจะมีเอ่อเรื่องเกี่ยวพันกันทั้งเรื่องอ้างยี่ซ่องโจร มั่วสุมนะฮะเรื่องขององค์กรอาญากรรมเรื่องของการก่อการร้ายหรืออะไรทำนองอย่างนี้นะฮะ
[13:57] เราจะแยกได้อย่างไรว่ากรณีไหนเป็นยังไงก็แยกต้องแยกตามโครงสร้างของกฎหมายที่องค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายเนี่ยกำหนดเอาไว้นะฮะ
[14:08] เราจะมาเริ่มกันที่เ่อความผิดฐานเป็นอ้างยี่ก่อนนะฮะซึ่งก็บัญญัติอยู่ในมาตรา 209 อ่า 209 เนี่ยนะครับเป็นเรื่องของเอ่อที่บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความ
[14:26] มุ่งหมายเพื่อการอนิชอบด้วยกฎหมายนะผู้
[14:29] นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่นะซึ่งก็
[14:33] จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน
[14:36] 140,000 บาทนะจะเห็นว่าโทษนี่เอ่ออยู่ใน
[14:40] เกณฑ์ที่สูงทีเดียวนะฮะถึงแม้ว่าจะไม่มี
[14:42] โทษขั้น
[14:44] ต่ำแล้วก็ในวรรค 2 เนี่ยเป็นเรื่องของผู้
[14:48] กระทำความผิดที่เป็นหัวหน้าผู้จัดการผู้
[14:50] มีตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคลนั้นก็ระวัง
[14:54] โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีนะกฎหมายก็มุ่งจะ
[14:58] เอาโทษแก่ผู้ที่เป็นหัวหน้านะฮะให้หนัก
[15:01] กว่าคนที่เข้าไปเป็นสมาชิกธรรมดานะครับท
[15:05] นี้การเข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลนี่หมาย
[15:08] ความว่ายังไงฮะก็ต้องมาดูที่คณะบุคคลก่อน
[15:11] อย่างที่เราพูดถึงตอนต้นนะฮะคณะบุคคล
[15:13] เนี่ยมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปก็จัดว่า
[15:16] เป็นคณะบุคคลได้นะฮะโดยบุคคลตั้งแต่ 2 คน
[15:20] ขึ้นไปเนี่ยต้องแสดงออกซึ่งเจตนาเข้าร่วม
[15:23] ความมุ่งหมายอันเดียวกันนะมันถึงจะเรียก
[15:25] ว่าเป็นคณะบุคคลมันก็ต้องมีความมุ่งหมาย
[15:28] อันเดียวกันนะฮะแล้วการเข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลเนี่ยนะครับ
[15:35] เมื่อไหร่ก็ตามที่บุคคลใดเข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนี้นะฮะ
[15:46] คือคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีวัตถุมีความมุ่งหมายเพื่อการอมิชอบด้วยกฎหมายเนี่ยนะ
[15:51] เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเป็นสมาชิกถือว่าเป็นความผิดสำเร็จทันทีนะฮะ
[15:57] ก็คือเป็นความผิดสำเร็จเมื่อเข้าเป็นสมาชิกนะฮะ
[16:00] ซึ่งในฎีกาที่ 5682/2559 นะฮะศาลฎีกาก็ได้วินิจฉัยไว้ฟังหลักไว้อย่างเนี้ยนะครับ
[16:12] ว่าการกระทำความผิดฐานเป็นอ้างยี่ตามประมูลกฎหมายอาญามาตรา 209 นะครับ
[16:17] เป็นความผิดสำเร็จทันทีเมื่อผู้นั้นได้เข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอนิชอบด้วยกฎหมายนะฮะจะสังเกต
[16:31] ว่าเพียงเ้าเป็นสมาชิกนะ
[16:35] ฮะก็มีความผิดทันทีนะยังไม่ได้ทำอะไรเลย
[16:40] นะฉะนั้นความผิดฐานนี้จึงเป็นเรื่องก่อน
[16:44] ที่จะมีการกระทำความผิด
[16:46] ที่เกิดขึ้นได้ใช่มั้ฮะนะคณะบุคคลนั้นเ
[16:49] อาจจะดำเนินการอยู่หรือว่ายังเพิ่งจะก่อ
[16:51] ตั้งหรืออย่างไรก็แล้วแต่อันนั้นไม่ใช่
[16:53] ประเด็นสำคัญสำคัญว่ามีคณะบุคคลแบบนี้
[16:55] แล้วก็ผู้กระทำความผิดเข้าไปเป็นสมาชิกนะ
[17:00] เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิกเมื่อไหร่ก็ถือว่า
[17:02] กระทำความผิดทันทีนะฮะและในฎีกาที่
[17:06] 5682/2559 ที่เราพูดถึงเนี่ยนะครับ
[17:08] ศาลฎีกายังบอกว่า
[17:12] การที่ผิดสำเร็จในฐานพิที่เป็นอ้างยี่
[17:15] เนี่ยที่เเป็นสมาชิกเนี่ยนะฮะยังเป็นความ
[17:17] ผิดต่อเนื่องติดต่อกันตลอดมาด้วยนะฮะตราบ
[17:20] ใดที่ผู้กระทำความผิดฐานเป็นอ้างยี่ยังคง
[17:23] เป็นสมาชิกของคณะบุคคลดังกล่าวนะฮะอันนี้
[17:26] ก็อธิบายให้เห็นภาพชัดว่าการเข้าเป็น
[17:29] สมาชิกเนี่ยตราบใดที่ยังเป็นสมาชิกก็ยัง
[17:31] เป็นความผิดฐานเป็นอ้างยี่ตลอดนะ
[17:35] ฮะทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าแล้วเราจะพิจารณา
[17:40] ยังไงฮะ
[17:41] ว่าการเป็นสมาชิกเนี่ยของคนที่เขาบอกว่า
[17:45] เป็นสมาชิกเป็นสมาชิกเนี่ยจะดูจากอะไรนะ
[17:48] ดูจากใบสมัครมฮะเวลาเราสมัครเป็นสมาชิกอ
[17:52] เป็นสมัครเป็นสมาชิกสมาคมเขาจะมีใบสมัคร
[17:55] ให้เราสมัครเป็นสมาชิกของอ้างยี้ต้องมีใบ
[17:57] สมัครมั้ฮะนะฮะถ้ามีถ้ามีใบสมัครเนี่ยดี
[18:02] มากนะฮะก็จะเป็นหลัก
[18:04] ฐานแต่ถ้าไม่มีใบสมัครเราก็คงจะต้องดูว่า
[18:09] เอ๊ะแล้วมันจะต้องอาศัยใบสมัครมั้ฮะสมาคม
[18:12] ที่เขาปกปิดวิธีการดำเนินการเพราะว่ามี
[18:15] การอิชอบด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอมิ
[18:17] ชอบด้วยกฎหมายเนี่ยนะฮะคงจะไม่เหลือทิ้ง
[18:20] ร่องรอยหลักฐานไว้ให้เราดูฮะนะว่ามีต้อง
[18:22] มีใบสมัครฉะนั้นเรื่องของใบสมัครนั้นไม่
[18:25] จำเป็นนะฮะเรื่องของบัตรสมาชิกต้องมีมั้
[18:29] ฮะเราเป็นสมาชิกเทียบกับเป็นสมาชิกบัตร
[18:32] เครดิตเนี่ยต้องมีบัตรสมาชิกถึงจะเป็นสมาชิกของบัตรเครดิตนั้นน่ะนะฮะแต่อันนี้เป็นสมาชิกอ้างยี่ต้องมีบัตรสมาชิกมั้ครับนะก็คงจะอยู่อาศัยแนวความคิดเช่นเดียวกันว่าคงไม่จำเป็นต้องมีบัตรสมาชิกนะฮะ
[18:46] การเข้าเป็นสมาชิกต้องมีขั้นตอนต้องมีพิธีการมั้ฮะที่ต้องมีพิธีรับเข้าเป็นสมาชิกหรือว่าทำอะไรอย่างนี้นะฮะถ้ามีก็จะเป็นหลักฐานยืนยันเช่นเดียวกันแต่ถ้าไม่มีก็สามารถที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้นะฮะ
[19:03] ในการที่จะดูว่าเป็นสมาชิกหรือเปล่าเนี่ยมันจึงต้องอาศัยจากพฤติการที่เกิดขึ้นนะฮะโดยไม่ต้องไปดูจากเรื่องของเอ่อมีใบสมัครมีบัตรสมาชิกมีขั้นตอนหรือมีพิธีการหรือเปล่าอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะฮะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นนะฮะในข้อเท็จจริงในฎีกาที่1176/2543เนี่ยนะฮะเอ่อมีเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนี่ยไปสืบทราบมาว่าจำเลยเนี่ยนะเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรก่อการ
[19:34] ร้ายที่ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นะฮะ
[19:38] เรียกว่าขบวนการ BRN นะซึ่งขบวนการเนี้ย
[19:42] มีมีนายอออ่างเนี่ยเป็นหัวหน้ากลุ่มนะฮะ
[19:46] กระทำผิดเกี่ยวกับการเรียกค่าคุ้มครองและ
[19:49] รอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ภายในเขตจังหวัด
[19:51] ตราเทิวาสนะฮะซึ่งในช่วงปี 2540 เนี่ยใน
[19:56] หัวหน้ากลุ่มคนเนี้ยนะฮะกับพวกก็ได้ปะทะ
[19:59] กับเจ้าหน้าที่เ่อชุดทหารพานนะฮะ
[20:04] ตัวหัวหน้ากลุ่มเนี่ยเสียชีวิตนะฮะเจ้า
[20:08] หน้าที่ก็ยึดได้อาวุธปืนวิทยุสื่อสาร
[20:11] เอกสารเรียกค่าคุ้มครองนะฮะแล้วก็ไปพบภาพ
[20:15] ถ่ายของสมาชิกกลุ่มโจรก่อการเนี่ยถ่าย
[20:19] ด้วยกันนะฮะในภาพถ่ายมีภาพของจำเลยอยู่
[20:22] ด้วยนะก็เจ้าหน้าที่ก็นำภาพเนี้ยให้ทาง
[20:28] เอ่อจำเลยดูนะฮะจำเลยก็รับว่าภาพที่ปรากฏ
[20:32] ในเป็นเจ้าตัวจริงๆนะฮะอย่างเนี้ยก็ก็ฟัง
[20:38] ได้นะฮะว่าเนี่ยคือลักษณะของการเป็น
[20:40] สมาชิกเพราะว่าขบวนการก่อการร้ายขบวนการ
[20:44] เนี้ยนะฮะเค้าปกปิดวิธีดำเนินการเคงไม่
[20:46] ยอมให้ใครเข้าไปอยู่เป็นสมาชิกง่ายๆไปมี
[20:49] ภาพถ่ายอยู่ร่วมกลุ่มกับเาอยู่ง่ายๆนะฮะ
[20:51] โดยเฉพาะภาพถ่ายภาพเนี้ยนะฮะจำเลยยืนถือ
[20:54] อาวุธปืน M79 อยู่ด้านซ้ายสุดของภาพด้วย
[20:57] นะฮะก็ยืนอยู่ในตำแหน่งเนี้ยก็ก็บ่งบอก
[21:01] ชัดเจนะนะว่าเนี่ยนี่คือส่วนที่เเป็น
[21:03] สมาชิกอยู่นะฮะจำเลยก็รับว่าเป็นตัวเค้า
[21:05] เองนะครับนะเรื่องฎีกาเนี้ยเป็นฎีกาที่
[21:10] เกิดขึ้นก่อนจะมีความผิดฐานก่อการร้าย
[21:12] ซึ่งซึ่งเอ่อบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นมาในปี
[21:16] 2546 นะครับนี่เเป็นตัวอย่างนึงของการ
[21:20] เป็นสมาชิกนะฮะอีกตัวอย่างนึงในฎีกาที่
[21:25] 3214/2560 นะ
[21:27] ครับ
[21:28] เอ่อจำเลยเนี่ยถูกจับนะ
[21:32] ฮะว่ามีเป็นสมาชิกของเอ่อขบวนการกู้ชาติ
[21:38] รัฐปัตตานีนะฮะซึ่งมีพฤติการการกระทำความ
[21:42] ผิดเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชาย
[21:44] แดนภาคใต้นะฮะถึงจะให้เห็นว่าอันเนี้ย
[21:47] วัตถุประสงค์เนี่ยเป็นวัตถุประสงค์ที่มิ
[21:49] ชอบด้วยกฎหมายแน่นอนนะฮะแล้วก็อันนี้ก็จะ
[21:52] มีขบวนมีขบวนการงี้ก็จะเป็นการรวมกลุ่ม
[21:55] ของคณะบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปนะบางจะ
[21:59] เป็นขบวนการในลักษณะนี้แล้วก็
[22:01] วัตถุประสงค์เขาเนี่ยมีการสร้างสถานการณ์
[22:04] ก่อเหตุรอบวางระเบิดซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่
[22:06] ของรัฐนะฮะก็เป็นคณะบุคคลซึ่งปกเป็นวิธี
[22:10] ดำเนินการนะครับแต่ทีนี้จำเลยเองเนี่ย
[22:16] เค้าไม่ได้ใช้ชื่อจริงในขบวนการนะฮะจำเลย
[22:22] เรื่องนี้มีจำเลยหลายคนนะฮะจำเลยที่ 1
[22:24] เนี่ยมีชื่อจัดตั้งนะเเรียกว่าชื่อจัด
[22:27] ตั้งชื่อจัดตั้งก็คือเป็นชื่อปลอมที่ตั้ง
[22:29] ขึ้นมาที่ใช้ในขบวนการเพื่อแทนชื่อของ
[22:31] บุคคลคนนี้แต่ว่าไม่ใช่ชื่อจริงนะชื่อ
[22:35] เสียงเรียงนามที่แท้จริงของจำเลยที่ 1
[22:37] เนี่ยอาจจะเป็นชื่ออื่นแต่ว่าชื่อจัดตั้ง
[22:40] ในขบวนการเจำเลยชื่อว่า
[22:42] บูซออ่าส่วนจำเลยที่ 3 เมีชื่อจัดตั้งว่า
[22:46] กูนะฮะกูแล้วก็จำเลยที่จำเลย 2 คนเนี้ยนะ
[22:52] ครับได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการก่อเหตุ
[22:55] ความไม่สงบในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอมายอ
[22:58] จังหวัดปัตตานีนะส่วนจำเลยอีกคนนึงก็มี
[23:01] หน้าที่ดูแลอวุฒยุทโธปกรณ์จัดหาวัสดุ
[23:04] อุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุความรุนแรงนะฮะการมี
[23:08] ชื่อจัดตั้งก็บ่งบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของ
[23:13] สมาชิกในขบวน
[23:15] การด้วยนะฮะงั้นก็พอจะบอกได้ว่าการเข้า
[23:21] เป็นสมาชิกนี่เราดูจากพฤติการนะอะไรที่
[23:23] มันจะบ่งชี้ได้ว่าเอ่อตัวผู้กระทำความผิด
[23:28] เนี่ยเป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่ปกปิดวิธี
[23:31] ดำเนินการหรือไม่นะฮะในการเป็นคณะบุคคล
[23:35] ที่ปกปิดวิธีดำเนินการเนี่ยเอ่อเป็นการปก
[23:38] ปกปิดการดำเนินการของคณะบุคคลนั่นเองนะฮะ
[23:42] ให้รู้กันเฉพาะในกลุ่มของคณะไม่เปิดเผย
[23:45] ให้แก่ผู้อื่นก็หมายในทำนองว่าใครจะเป็น
[23:49] หัวหน้าใครจะเป็นลูกน้องใครจะทำหน้าที่
[23:52] อะไรมีการประชุมที่ไหนมีการนัดหมายประชุม
[23:56] กันอย่างไรติดต่อกันอย่างไรเนี่ยอันนี้จะ
[23:58] ต้องปกปิดเอาไว้เป็นความลับนะเพราะว่าถ้า
[24:01] หากว่าเปิดเผยขึ้นมาซะแล้วนะก็จะเสี่ยง
[24:04] ต่ออันตรายต่อที่ทางเจ้าหน้าที่ที่จะเข้า
[24:06] ไปปราบปรามเข้าไปจัดการนะนั้นก็เลยต้องปก
[24:10] ปิดนะพอปกปิดวิธีการปกปิดเนี่ยมันก็ซ่อน
[24:15] ขึ้นมาตั้งหลายอย่างอย่างเช่นการใช้ชื่อ
[24:17] จัดตั้งนั่นก็เป็นวิธีการหนึ่งนะฮะการใช้
[24:21] เอ่อเครื่องหมายที่เป็นที่รู้กันเฉพาะใน
[24:25] กลุ่มของเขานะฮะที่ในฎีกาที่
[24:30] 124/2457 เนี่ยนะฮะจะเห็นว่าเป็นฎีกาที่
[24:33] ค่อนข้างที่เก่าพอสมควรนะฮะตั้งแต่ 2457
[24:37] เนี่ยเนี่ยก็เพราะว่าความผิดฐานอ้างยี่
[24:39] มันเป็นความผิดที่บัญญัติขึ้นมาตั้งแต่
[24:41] สมัยที่มีการรวมกลุ่มของกลุ่มคนจีนนะที่
[24:45] เข้าเป็นสมาคมเสร็จแล้วก็มีการกระทำที่
[24:48] มันผิดกฎหมายขึ้นมานะฮะก็เลยได้รับ
[24:50] อิทธิพลจากนั้นเป็นพระราชบัญญัติป้องกัน
[24:52] การกระผิดเกี่ยวกับเรื่องการเป็นอ้างยี่
[24:54] ขึ้นมานะฮะแล้วก็บัญญัติเข้ามาเป็นกฎหมาย
[24:56] ของเราในประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐาน
[24:59] เป็นอั้งยี่อันนี้นะฮะการใช้นิ้วเป็น
[25:02] เครื่องหมายรับรู้กันเฉพาะสมาชิกด้วยกัน
[25:04] นะฮะในฎีกา
[25:06] 124/2457 นี้ก็ก็จะเป็นการให้อานสัญญาณ
[25:09] ว่าเนี่ยเปกปิดวิธีดำเนินการนะฮะหรือใช้
[25:13] เครื่องหมายสมาคมให้รู้กันเฉพาะสมาชิกนะ
[25:16] อย่างสมาชิกของ
[25:17] กลุ่มยากูซ่าอย่าเงี้ยนะฮะที่เมีการเ่อ
[25:22] สักอยู่ที่ร่างกายตัวเองนะฮะหรือว่ามี
[25:26] เครื่องหมายอะไรบางอย่างที่จะบ่งบอกว่าใน
[25:30] หมู่สมาชิกด้วยกันเมองเห็นก็รู้ว่าสิ่ง
[25:33] เหล่านี้คนนี้เป็นพระพวกเดียวกันนะฮะอัน
[25:37] นี้ก็เป็นเครื่องหมายก็บ่งชี้ว่านี่คือปก
[25:40] ปิดวิธีดำเนินการนะแล้วคณะบุคคลนี้นะฮะ
[25:46] ต้องมีความมุ่งหมายเพื่อการอมิชอบด้วยกฎ
[25:49] หมายด้วยนะครับเกิดมีคณะบุคคลซึ่งปกปิด
[25:53] วิธีการดำเนินการแต่มีความมุ่งหมายที่ชอบ
[25:57] ด้วยกฎหมายนะฮะแบบนี้ก็ไม่เข้าองค์ประกอบ
[26:00] ความผิดฐานเป็นอ้างยี่นะฮะฉะนั้นต้องมี
[26:04] ความมุ่งหมายเพื่อการมิชอบด้วยกฎหมายซึ่ง
[26:07] ความมุเอ่อความมุ่งหมายเพื่อการชอบด้วยกฎ
[26:09] หมายเนี่ยนะฮะมีความหมายกว้างขวางซักแค่
[26:13] ไหนนะฮะคำนี้ไม่มีนิยามนะครับซึ่งเอ่อใน
[26:19] หนังสือของท่านอาจารย์
[26:21] จิตติสพั์นะฮะท่านก็ให้ความเห็นว่าอาจจะ
[26:25] เป็นเรื่องของความผิดอาญานะหรือเป็น
[26:29] เรื่องของละเมิดหรือแม้กระทั่งเป็นเรื่อง
[26:32] ของผิดสัญญาทางแพ่งก็ยังได้นะฮะเป็น
[26:35] เรื่องอย่างเช่นเป็นเรื่องของการใช้
[26:37] สิทธิ์โดยไม่สุจริตให้ผู้อื่นเสียหาย
[26:40] เช่น่าท่านอาจารย์จิตติท่านยกตัวอย่างว่า
[26:43] เช่นแท็กซี่รวมหัวกันรับส่งคนโดยสารนะฮะ
[26:46] ถ้าคนอื่นมารับส่งบ้างจะถูกแกล้งเจาะยาง
[26:49] หรือถูกกันมิให้ออกรถนะฮะไม่น่าเชื่อนะฮะ
[26:54] ทุกวันนี้เราก็ยังพบอยู่ว่ามีเหตุการณ์
[26:57] ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่เนืองๆนะถ้าหากว่ามี
[27:03] การรวมกลุ่มกันลักษณะอย่างนี้นะแล้วก็มี
[27:06] การเข้าไปเป็นสมาชิกปกปิดวิธีดำเนินการนะ
[27:10] ก็อาจจะเป็นความผิดฐานเป็นอ้างยี่ได้ด้วย
[27:13] นะฮะทีนี้ไอ้เราพูดกันถึงเฉพาะเรื่องของ
[27:15] ความมุ่งหมายเพื่อการอนิชอบด้วยกฎหมาย
[27:17] เนี่ยอาจจะเป็นในอยู่ในลักษณะอย่างนี้ได้
[27:20] นะฮะซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นความผิด
[27:24] อ่าทางอาญาอย่างเดียวนะฮะนะ
[27:28] ฮะแล้วการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนี้ย
[27:31] นะฮะไม่จำเป็นนะฮะที่ว่าต้องได้ทำขึ้น
[27:35] แล้วนะครับเพียงแต่เป็นความมุ่งหมายของ
[27:37] คณะบุคคลนี้ก็เป็นองค์ความผิดแล้วด้วยนะ
[27:41] อ่าคณะบุคคลนี้รวมตัวกันขึ้นมายังไม่ได้
[27:45] กระทำความผิดเลยแต่ว่ามีความมุ่งหมาย
[27:48] เพื่อที่จะกระทำการอมิชอบด้วยกฎหมายก็
[27:50] เป็นความผิดได้นะฮะในฎีกาที่ 301
[27:57] -303/2470 นะฮะมีอ่อการชักชวนให้ราษฎร
[28:04] เนี่ยหลายตำบลนะฮะสถาบันตัวเเป็นสมาชิกใน
[28:08] สมาคมซึ่งไม่ได้จดทะเบียนนะฮะมี
[28:11] วัตถุประสงค์จะป้องกันการโจลกรรมใน
[28:14] ระหว่าง
[28:14] สมาชิก
[28:16] อ่าแค่นี้เป็นความผิดมั้ยฮะอ่าถ้าเราดู
[28:20] แค่
[28:21] นี้สมาคมไม่จดทะเบียนไม่ใช่เป็นความผิด
[28:24] อะไรนะฮะอาจจะเป็นผิดเรื่องการไม่จด
[28:28] ทะเบียน
[28:29] สมาคมนะมีวัตถุประสงค์จะป้องกันการ
[28:32] โจลกรรมในระหว่างสมาชิกอันนี้ก็ไม่เป็น
[28:34] ความผิดอะไรนะฮะแต่วัตถุประสงค์อีกส่วน
[28:37] หนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาซึ่งทำให้เรื่อง
[28:40] นี้กลายมาเป็นความผิดก็
[28:41] คือมีวัตถุประสงค์เพื่อคอยช่วยเหลือหา
[28:45] พยาน
[28:47] เท็จนะฮะและออกเงินช่วยเหลือในเมื่อ
[28:50] สมาชิกในอ่าสมาชิกเนี่ยต้องหาในคดีอาญานะ
[28:54] มีเครื่องหมายของสมาคมรู้กันเฉพาะระหว่าง
[28:56] สมาชิกเท่านั้นนะพอเราดูอย่างเนี้ยนะครับ
[29:01] องค์ประกอบความผิดนั้นมันครบถ้วนเข้ามานะ
[29:04] เป็นคณะบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปนะฮะมี
[29:08] เป็นคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการเพราะ
[29:10] ว่ามีเครื่องหมายสมาคมรู้กันเฉพาะระหว่าง
[29:13] สมาชิกและมีวัตถุประสงค์เพื่อการอมิชอบ
[29:15] ด้วยกฎหมายก็คือคอยช่วยเหลือหาพยานเท็จนะ
[29:20] ลำพังเพียงแค่จะป้องกันการโจลกรรมใน
[29:22] ระหว่างสมาชิกอันนี้ไม่ได้เป็นการนำด้วย
[29:25] กฎหมายนะแต่ว่าที่เป็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
[29:29] นั้นคือเรื่องของการเป็นพยานเท็จฉะนั้น
[29:33] แสดงว่าสมาคมนี้ปกปิดวิธีการนะฮะจำเลยก็
[29:38] มีความผิดฐานเป็นอ้างยี่นะเลยในคดีนี้ใน
[29:42] คดีเนี้ยจำเลยมีสถานะเป็นหัวหน้านะครับก็
[29:46] เลยมีความผิดฐานะเป็นหัวหน้าอั้งยี่นะ
[29:49] ครับงั้นหัวหน้าอั้งยี่ก็เลยต้องมารับผิด
[29:53] ตามวรรค 2 ซึ่งโทษสูงกว่าส่วนตัวสมาชิกนะ
[29:55] ฮะจะผิดวรรค 1 การจะดูว่าใครเป็นหัวหน้า
[29:59] หรือไม่นะฮะไม่ได้ดูที่ชื่อตำแหน่ง
[30:02] นะฮะดูจากพฤติการดูตามข้อเท็จจริงนะถ้าเ
[30:06] มีอำนาจในการสั่งการเป็นคนดำเนินการจัด
[30:09] การสิ่งต่างๆเหล่านี้นะฮะถ้าจะไปบอกว่าดู
[30:12] เป็นเฉพาะชื่อตำแหน่งเนี่ยนะก็คงจะเ่อไม่
[30:16] สามารถที่จะจัดการกับใครได้เพราะคงไม่มี
[30:18] ใครจะยอมบอกว่าตัวเองมีตำแหน่งอะไรนะนี้
[30:22] ก็ต้องดูตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนะฮะ
[30:24] ไม่ได้ดูที่ชื่อ
[30:27] ตำแหน่งทนี้มา
[30:29] ถึงความผิดหาซ่องโจรเป็นซ่องโจรนะในมาตรา
[30:34] 210 นะเมื่อสักครู่เราพูดถึงอั้งยี่นะ
[30:37] อั้งยี่เป็นสมาชิกในคณะบุคคลนะซ่องโจรคือ
[30:42] ผู้ใดนะฮะสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อ
[30:46] กระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง
[30:48] อย่างใดนะฮะกฎหมายใช้คำว่าอย่างหนึ่ง
[30:50] อย่างใดนะ
[30:55] ครับจริงๆคำว่าอย่างหนึ่งอย่างใดก็อย่าง
[30:57] ใดอย่างหนึ่งนี่ความหมายไม่เหมือนกันนะฮะ
[30:59] ไว้จะเอ่อมีโอกาสแล้วจะมาเอ่อเล่าให้ฟัง
[31:03] ว่าความหมายมันแตกต่างกันยังไงนะฮะ
[31:06] อันเนี้กฎหมายใช้คำว่าเพื่อกระดังความผิด
[31:09] อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2
[31:11] นี้นะครับและความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุก
[31:14] อย่างสูงตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปผู้นั้นกระทำ
[31:17] ความผิดฐานเป็นซ่องโจรนะทีนี้โทษระวังโทษ
[31:21] จำคุกไม่เกิน 5
[31:23] ปีนะปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำ
[31:26] ทั้ง
[31:27] ปรับนะแล้วก็ในวรรค 2 เนี่ยเนี่ยว่าถ้า
[31:30] เป็นการสมคบเพื่อกระดำความผิดที่มี
[31:33] ระหว่างโทษถึงประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิต
[31:35] หรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปโทษ
[31:38] ก็จะหนักขึ้นนะฮะเพราะโทษผู้กระทำเนี่ยจะ
[31:42] ต้องระวางโทษตั้งแต่ 2 ปีถึง 10
[31:45] ปีนะจะเห็นว่ามีโทษขั้นต่ำล่ะนะเป็น 2 ปี
[31:49] ถึง 10 ปีในส่วนที่เป็นเอ่อซ่องโจรตาม
[31:53] วรรคหนึ่งนะที่เป็นการกระทำเอ่อที่ความ
[31:58] ผิดนั้นมีโทษกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้ง
[32:01] แต่ 1 ปีขึ้นไปนะฮะจะโทษจำคุกไม่เกิน 5
[32:04] ปีนี้เราก็ต้องมาดูนะฮะว่าเอ่อองค์ประกอบ
[32:08] ความผิดเนี่ยส่วนที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง
[32:10] ของการสมคบนะเพราะมันมีการรวมกลุ่มเหมือน
[32:13] กันนะวัตถุประสงค์ก็คงจะผิดกฎหมายเหมือน
[32:16] กันแหละนะฮะมันจะไปจะไปแยกอย่างไรว่าเป็น
[32:20] อ้างยี่หรือเป็นซ่องโจรนะอ้างยี่
[32:24] นั้น 2 คนนะฮะส่วนซ่องโจรนั้น 5 คนใน 5
[32:30] คนเนี่ยในซ่องโจรเขาเป็นเรื่องของการสมคบ
[32:33] ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเป็นสมาชิกนะใน
[32:36] เรื่องการสมคบของของสมคบนั้นคืออะไร
[32:41] สมคบนะฮะไม่มีนิยามในประมวลกฎหมายอาญานะ
[32:46] ฮะแต่ว่าก็หมายความว่าเป็นการแสดงออกซึ่ง
[32:49] ความตกลงจะกระทำความผิดร่วมกันนะเช่น
[32:53] ประชุมหารือวางแผนการที่จะกระทำความผิดนะ
[32:57] แล้วก็ไม่ใช่เพียงแต่แค่จะปรึกษาหารือกัน
[33:00] เพราะว่าซึ่งอาจจะปรึกษาหารือแล้วมันตกลง
[33:02] กันก็ได้นะแต่ถ้าเราไปดูในพจนานุกรมนะฮะ
[33:08] คำว่าสมคบก็คือร่วมคบคิดกันนะฮะและใน
[33:12] พจนานุกรมเอ่อก็บัญญัติเอาไว้นะฮบอกว่า
[33:16] ใช้ในทางที่ไม่ดีฮะใช้ในทางไม่ดีเป็นการ
[33:21] ร่วมคบคิดกันก็ร่วมคบคิดกันในทางที่ดีไม่
[33:24] เรียกสมคบแน่นอนนะฮะฉะนั้นสมคบเรื่องร่วม
[33:28] คบคิดกันในทางที่ไม่
[33:30] ดีในฎีกาที่
[33:35] 159/2564 นะฮะก็เป็นเรื่องที่เอ่อจำเลย
[33:39] เนี่ยไปร่วมคบคิดประชุมวางแผนและตกลงว่า
[33:42] จะไปทำร้ายผู้
[33:44] อื่นนะจะเป็นความผิดฐานเป็นซ่องโจรนะฮะ
[33:49] เรื่องเนี้ยมันเป็นเรื่องที่มีเอ่อ
[33:55] การ
[33:56] ทะเลาะวิวาทกันค่าหมู่บ้านระหว่างคนใน 2
[34:00] หมู่บ้านเพราะว่าไปเอ่อดูการแสดงหมอลำ
[34:05] ขึ้นมานะฮะในเวลากลางคืนแล้วก็มีกลุ่มวัย
[34:09] รุ่นไม่รู้ว่ามาจากหมู่บ้านไหนเนี่ยก็มา
[34:11] ล้อมมาล้อมตัวจำเลยกับพวกนะฮะขว้างขวดใส่
[34:16] ก็ทำให้พวกของจำเลยเนี่ยได้รับบาดเจ็บนะ
[34:19] ตำรวจก็มาแยกนะแล้วก็ให้ไม่ทะเลาะกันก็
[34:25] ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเหตุเกิด
[34:29] เมื่อ 1:00 น.นะฮะของวันเกิดเหตุถัดมาอีก
[34:34] แค่ไม่ไม่สักเท่าไหร่นะฮะ
[34:38] อ่ากลุ่มของจำเลยเนี่ยไป
[34:41] พบผู้ตายนะเขาพบว่าผู้ตายเนี่รู้เกิดเหตุ
[34:46] การณ์คนเนี้ถึงแก่ความตายนะผู้ตายเนี่ย
[34:49] เดินอยู่บน
[34:50] ถนนนะแถวๆนั้นนะจำเลยกับพวกก็ขับรถผ่านมา
[34:54] ก็ขว้างขวดเบียร์ใส่นะแล้วก็เข้าไปทำร้าย
[34:57] ร่างกายกระทืบทำอะไรผู้ตายส่งถูกนำส่งโรง
[35:02] พยาบาลผู้ตายถึงแก่ความตายนะฮะก็มีปัญหา
[35:07] ว่าไอการที่เอ่อจำเลยเนี่ยนะฮะกระทำต่อ
[35:12] ผู้ตายเนี่ยนะครับรวมเข้ามาเนี่ยเ่อเป็น
[35:15] ความผิดฐานเป็นซ่องโจรด้วยหรือไม่นะฮะ
[35:17] เพราะว่าโจทย์เนี่ยฟ้องว่าจำเลยทั้ง 5
[35:21] เนี่ยร่วมกันเป็นซ่องโจรแล้วก็ร่วมกันทำ
[35:23] ร้ายร่างกายนะแล้วศาลชั้นต้นเนี่ยลง
[35:27] โทษจำเลยที่ 1 ฐานทำร้ายร่างร่างกายนะฮะ
[35:31] แต่จำเลยอื่นเนี่ยยกฟ้องข้อหาทำร้ายร่าง
[35:35] กายแต่ไปลงจำเลยที่จำเลยอื่นเนี่ยคือ
[35:38] จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เนี่ยนะยกฟ้องฐานทำ
[35:40] ร้ายร่างกายแต่ไปลงจำเลยที่ 2 ที่ที่ 5
[35:44] เนี่ยร่วมกันเป็นซ่องโจรนะอันนี้ก็เฉพาะ
[35:48] จำเลยที่ 1 ที่ที่ 3 เนี่ย
[35:50] อุทธรณ์สายอุธรณพิพากษายืนก็เลยจำเลยก็
[35:54] เลยฎีกาก็เฉพาะจำเลยที่ 2 เท่านั้นเองนะ
[35:56] ที่ฎีกาอ่าจำเลยที่ 2 ก็ฎีกาว่าไม่ได้
[36:00] ร่วมเป็นซ่องโจรนะฮะแล้วการที่จะสมคบกัน
[36:04] เนี่ยจะต้องเจาะจงว่าจะทำร้ายใครอ่าเหตุ
[36:08] การณ์ที่เกิดขึ้นเนี่ยมันเกิดขึ้นทะเลาะ
[36:10] วิวาทกันระหว่างวัยรุ่น 2 หมู่บ้านตีกัน
[36:13] แล้วก็เพื่อนของจำเลยได้รับบาดเจ็บพอ
[36:17] ระหว่างทางกลับแยกหลังจากแยกกันไปแล้ว
[36:19] เนี่ยเพื่อนของจำเลยก็มาพบผู้ผู้เสียหาย
[36:23] ซึ่งต่อมาเป็นผู้ตายเนี่ยพบผู้เสียหาย
[36:25] เดินอยู่ที่ถนนก็อาจจะเข้าใจว่าเป็น
[36:26] เพื่อนเป็นอีกฝ่ายหนึ่งนะก็เลยเข้าไปทำ
[36:29] ร้ายจนกระทั่งผู้นั้นนับถึงแก่ความตาย
[36:33] ขึ้นมานะฮะก็เลยถูกดำเนินคดีนะ
[36:38] ทางเอ่อข้อเท็จจริงเนี่ยฟังได้ว่าก่อน
[36:41] เกิดเหตุนะฮะมีการคบคิดประชุมวางแผนและ
[36:44] ตกลงกันที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่งนะฮะว่าจะ
[36:48] ไปแก้แค้นกลุ่มวัยรุ่นนะกลุ่มนี้นะที่มา
[36:52] ตี
[36:53] กันนะโดยมีการตะเตรียมขวดเบียร์ที่ใช้
[36:56] ขว้างตายขว้างผู้ตายไปด้วยเมียเอาขวด
[36:59] เบียร์ไปด้วยนะข้อเท็จจริงฟังได้อย่างนี้
[37:02] นะเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้อย่างนี้นะครับ
[37:04] ก็เป็นเรื่องที่เอ่อมีการคบคิดกันนะ
[37:08] เรื่องนี้มี 5 คนนะฮะแล้วไปทำร้ายร่างกาย
[37:11] ผู้อื่นจนกระทั่งถึงแก่ความตายนะครับมัน
[37:15] ก็เป็นความผิดที่บัญญัติอยู่ในภาค 2 ของ
[37:19] ประมูลกฎหมายอาญาใช่มฮะนะฮะฉะนั้นมันก็
[37:23] เข้าองค์ประกอบความผิดฐานเป็นซ่องโจร
[37:26] เหลืออยู่อย่างเดียวคือมีการสมคบกันหรือ
[37:27] เปล่านะฮะก็ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการคบ
[37:31] คิดประชุมวางแผนและตกลงกันก่อนที่จะไป
[37:34] กระทำความผิดฉะนั้นก็เข้าองค์ประกอบความ
[37:36] ผิดฐานเป็นซ่องโจรทั้งหมดนะฮะส่วนข้อที่
[37:39] เอ่อจำเลยต่อสู้ว่าซ่องโจรเนี่ยจะต้องการ
[37:44] สมบต้องเจาะจงว่าจะทำร้ายใครเป็นการเฉพาะ
[37:47] ด้วยนะฮะศาลฎีกาท่านบอกว่าเอ่อไม่จำเป็น
[37:51] ต้องเป็นการสมคบเพื่อทำร้ายบุคคลใดบุคคล
[37:54] หนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงอย่างที่จำเลยที่ 2
[37:57] ฎีกา
[37:58] นะฮะงั้นซ่องโจรก็คือเป็นเรื่องการสมคบ
[38:01] กันเพื่อที่จะกระทำความผิดตามพระในภาค 2
[38:06] นะฮะจะไปกระทำความผิดไม่เจาะจงว่าจะเป็น
[38:10] ใครนะฮะไม่จำเป็นต้องเจาะจงว่าเป็นใครก็
[38:13] เป็นความผิดได้นะฮะฎีกาที่
[38:18] 159/2564
[38:21] นะในตัวอย่างที่มีการเอ่อสมคบกันนะฮะก็
[38:25] อย่างเช่นเอ่อจำเลยกับพวกนะฮะ 6-7
[38:30] คน 6-7 คนเี่มันเกินกว่า 5 คนอยู่แล้วนะ
[38:33] ฮะมีการประชุมเพื่อที่จะทำการปล้นทรัพย์
[38:38] นะฮะปล้นทรัพย์อยู่ในภาค 2 มีภาค 2 บุ
[38:43] จำนวนบุคคล 6-7 คนถึงนะฮะมีการประชุมกัน
[38:47] ล่วงหน้านะเพื่อทำการเพื่อที่จะไปทำการ
[38:50] ปล้นทรัพย์นะจำเลยกับพวกก็มีความผิดฐาน
[38:53] เป็นซ่องโจรนะฎีกาที่ 116/24
[38:57] 2471
[39:00] นะแลอีกฎีกานึงนะฮะมีคน 6
[39:04] คนปรึกษากันว่าจะใช้ไขควงอ่างัดประตูรถ
[39:08] ยนต์เพื่อรักวิทยุติดรถที่เจาะอยู่ข้าง
[39:11] ถนนนะฮะตำรวจมาได้ยินพอดีเลยอ่าได้ยินว่า
[39:16] ปรึกษากันว่าจะไปทำกันอย่างี้นะฮะก็
[39:21] ิกาิ
[39:23] 131/2521 ก็วินีพิชัยนะฮะว่าเป็นความผิด
[39:29] ตามประมูลกฎหมายอาญามาตรา 210 ของเรา
[39:31] เนี่ยนะครับก็คือเป็นความผิดฐานซ่องโจรนะ
[39:34] ครับซึ่งเรื่องนี้มีบันทึกท้ายฎีกาของ
[39:36] ท่านอาจารย์จิตติติงสพั์นะฮะอ่าท่านบอก
[39:40] ว่าความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210 เนี่ย
[39:43] นะฮะคือสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อ
[39:46] กระทำความผิดสมคบคือตกลงร่วมกันไม่ใช่แต่
[39:51] เพียงปรึกษาซึ่งอาจปรึกษาแล้วไม่ตกลงกัน
[39:54] ก็
[39:55] ได้นะฮะเหตุนี้น่าจะต้องระวังในการนำสืบ
[40:00] หรือวางข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่าเป็น
[40:02] อย่างไรในเรื่องนี้ข้อเท็จจริงว่าตำรวจ
[40:05] ได้ยินจำเลยปรึกษากันจะงัดเอาวิทยุรถยนต์
[40:09] ปรึกษาโดยพูดกันว่าอย่างไรก็ไม่ได้ความนะ
[40:13] ฮะว่าตามจริงก็ยังกำกวมอยู่มากแต่โจทย์
[40:16] ฟ้องว่าสมคบปรึกษาร่วมกันจะใช้ไขควงนัด
[40:20] ประตูลักเครื่องวิทยุในรถยนต์นะศาลก็คงจะ
[40:24] ถือว่าจำเลยกับพวกอีก 5 คนตกลงกันจะลัก
[40:28] ทรัพย์แล้วนะเพียงแต่ปรึกษาว่าจะใช้ไขควง
[40:31] งัดอย่างไรเท่านั้นซึ่งเป็นการสมบแล้วนะ
[40:35] ก็คือเป็นเรื่องที่ว่ามันมีประชุมปรึกษา
[40:39] กันเนี่ยตกลงกันได้แล้วนะว่าตกลงกันว่าจะ
[40:42] จะงัดจะงัดรถน่ะนะฮะเพียงแต่ว่าจะงัดกัน
[40:47] อย่างไรเท่านั้นเองนะฮะฉะนั้นเอ่อมันไม่
[40:52] ใช่ปรึกษามันไม่ใช่เป็นเรื่องของการ
[40:53] ปรึกษาว่าจะลักทรัพย์หรือไม่จะเข้าไปงัด
[40:56] รถหรือเปล่าฮะถ้าอย่างนั้นเนี่ยมันยังไม่
[40:58] ได้ตกลงกันเลยนะอันนี้อาจจะถ้าถ้าอย่าง
[41:01] นั้นน่ะถ้าปรึกษาของว่าจะลักทรัพย์หรือ
[41:03] ไม่อันนี้อาจจะยังไม่ได้ตกลงกันอาจจะไม่
[41:05] เป็นความผิดฐานเป็นซ่องโจรนะฮะแต่คดีนี้
[41:09] เอ่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการตกลงกัน
[41:12] แล้วแหละว่าจะงัดรถ่ะแต่กำลังหารือกัน
[41:14] อยู่ว่าจะไปงัดอย่างไรเยเราบอกฮะดูนะฮะ
[41:19] เรื่องของการที่เค้าจะไปสมคบกันเข้าไป
[41:21] ประชุมปรึกษาคงจะไม่ไม่มีใครมาบอกเรานะฮะ
[41:24] ว่าเไปปรึกษากันที่ไหนหรืออย่างไรนะ
[41:28] ฮะงั้นโอกาสที่จะได้พยานหลักฐานในลักษณะ
[41:30] นี้เนี่ยใน
[41:32] คดีเหมือน
[41:34] 1341/2521 ที่เราพูดถึงเนี่ยคงจะเป็น
[41:37] เรื่องที่ไม่ง่ายนักนะฮะก็แต่จะบอกว่า
[41:41] เป็นไปไม่ได้ก็คงไม่ใช่เพราะมีคดีอย่าง
[41:43] นี้เกิดขึ้นแล้วนะงั้นการที่จะดูว่ามีมี
[41:46] การสมบเนี่ยก็เช่นเดียวกันนะฮะก็จะเหมือน
[41:49] กับคดีแบบเรื่องของอังยีเอาศัยจาก
[41:52] พฤติกรรมการเช่นเดียวกันเพื่อที่จะเอ่อ
[41:56] อนุมานเอาว่าลักษณะอย่างเงี้ยมีมีการที่
[41:59] จะมีการเอ่อประชุมปรึกษาหารือกันก่อนหน้า
[42:03] นี้หรือเปล่าเพื่อที่จะมองว่ามีการสมภ
[42:05] เกิดขึ้นนะฮะพยานหลักฐานเหล่านี้ที่ยาก
[42:10] เนี่ยนะฮะมันก็ลองมาดูตัวอย่างในฎีกาที่
[42:15] 83/2567 นะ
[42:17] ฮะเรื่องนี้มันมีเรื่องที่เกิดขึ้นนะฮะ
[42:23] ว่ามีการเอ่อจำเลยนะฮะถูกฟ้อง
[42:29] ว่า
[42:32] เอ่อใช้อาวุธปืนนะฮะร่วมกันใช้อาวุธปืน
[42:36] เนี่ยพยายามฆ่าผู้เสียหายนะฮะแล้วก็มี
[42:42] ความผิดฟ้องว่าโจทย์เนี่ยฟ้องว่าเป็นความ
[42:44] ผิดฐานเป็นซ่องโจรด้วยนะ
[42:47] ฮะศาลฎีกาท่านก็วินิจฉัยว่าเอ่อ
[42:51] เอ่อในการวินิจฉัยถึงการมีส่วนร่วมในการ
[42:54] กระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 นะฮะ
[42:58] เรื่องนี้จำเลยเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6
[43:00] ที่เฎีกาขึ้นมานะ
[43:05] ฮะเอ่อต้องพิจารณาถึงพฤติการทั้งปวง
[43:08] ประกอบทั้งก่อนขณะและภายหลังการใช้อุปืน
[43:13] ยิงเข้ามาในกลุ่มโจทย์ร่วมนะโจทย์ร่วมมี 2
[43:16] คนที่จะแสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนและมี
[43:20] เจตนามาร่วมกันที่จะก่อเหตุร้ายกับกลุ่ม
[43:22] โจทย์ร่วมทั้งสองหรือไม่นะฮะมูลเหตุจูงใจ
[43:27] ในเรื่องเนี้ยก็เกิดจากเรื่องที่เอ่อ
[43:31] กลุ่มของจำเลยเนี่ยไม่พอใจโจทย์
[43:33] ร่วมนะที่ไปโพสต์ด่าเพื่อนของโจทย์
[43:38] ร่วมอ่าก็เลยก็เลยเกิดข้อบาดหมางนะฮะ
[43:45] พฤติการของจำเลยทั้ง 6 ก่อนเกิด
[43:48] เหตุอ่าเรื่องนี้มี 6 คนนะฮะจำเลยมี 6 คน
[43:52] ก่อนเกิดเหตุจำเลยก็มีการรวมตัวกันที่
[43:56] หน้าบ้านเช่าแห่งนึงนะฮะแล้ว
[44:00] ก็ขณะนั้นน่ะมันก็มีรถมาจอดอยู่ที่หน้า
[44:04] หมู่บ้านคนในรถก็ลงมาเข้าไปพูดคุยกับรวม
[44:07] กลุ่มกันอยู่ที่หน้าบ้านเช่านะ
[44:12] ฮะผู้ร่วมกระทำความผิดคนนึงที่อยู่ใน
[44:15] กลุ่มนี้นะฮะใช้เอ่อที่เป็นคนใช้อาวุธปืน
[44:19] เนี่ยถือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายๆคล้ายๆ
[44:22] อาวุธเนี่ยไปพบกับบุคคลคนที่นั่งอยู่ในรถ
[44:25] ยนต์นะแล้วก็จำเลยที่ 1 ก็เดินไปพูดคุย
[44:29] กับคนในรถยนต์แล้วก็หยิบวัตถุคล้ายมีดดาบ
[44:32] ออกจากรถยนต์เนี่ยกลับมาที่หน้าบ้านเช่า
[44:35] ต่อมาจำเลยทั้ง 6 ก็ขับรถแล้วก็ซ้อนท้าย
[44:38] รถจักรยานยนต์ออกเดินทางจากบ้านเช่านะ
[44:41] ระหว่างนั้นก็มีการพูดคุยกับบุคคลที่อยู่
[44:43] ในรถยนต์ที่หน้าหมู่บ้านด้วยนะจากนั้นก็
[44:46] เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
[44:49] นะโดยทั้งหมดเนี่ยสวมใส่ไอ้แสหน้ากาก
[44:56] อนามัยปิดปากและจมูกนะฮะเพราะ
[45:01] ว่ามันเป็นเรื่องที่เค้าเสู้ว่าจำเลยเสู้
[45:06] ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนี่ยคือต้องการ
[45:09] จะเดินทางไปปรับความเข้าใจนะฮะแต่จำเลยก็
[45:13] รับข้อเท็จจริงนะฮะว่าถ้าหากว่าที่มีการ
[45:16] สวมแปิดปิดปากปิดอะไรเนี่ยว่า 5 ไม่
[45:20] สามารถปรับความเข้าใจกับกลุ่มของโจทย์ที่
[45:22] 1 ได้จนถึงขั้นชกต่อยหรือมีเรื่องราว
[45:25] วิวาทกันเนี่ยฝ่ายของโจทย์ที่ 1 จะได้ไม่
[45:28] สามารถจดจำใบหน้าได้ไม่สามารถกลับมาล้าง
[45:31] แค้น
[45:32] ได้นะนี้ก็แสดงว่านะศาิกาว่าแสดงว่าก่อน
[45:37] เกิดเหตุเนี่ยจำนวยทั้ง 6 กับพวกทุกคน
[45:40] ย่อมต้องรู้ถึงแผนการอย่างชัดเจนว่าจะ
[45:42] ต้องทำอย่างไรบ้างในการเดินทางไปพบกับ
[45:44] กลุ่มโจทย์
[45:46] ร่วมนะอันนี้คือก่อนเกิดเหตุทีนี้เอ่อ
[45:50] พฤติการขณะเกิดเหตุนะก็มีกลุ่มรถจักรยาน
[45:54] ยนต์กับรถยนต์เนี่ยชะลอมาจอดที่บริเวณ
[45:57] หน้าที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเอ่อแมนชั่นแห่ง
[46:01] หนึ่งนะฮะห่างจากจุดที่กลุ่มที่โจทย์ร่วม
[46:04] นั่งอยู่ประมาณสัก 30 เมตนะก่อนจะมีการ
[46:07] ยิงปืนเข้าใส่กลุ่มโจทย์ร่วมทั้ง 2 ทันที
[46:11] อ่าพฤติการที่มีการจอดรถห่างจากกลุ่มที่
[46:14] โจทย์ร่วมนั่งอยู่ห่างไกลกันพอสมควรเนี่ย
[46:17] ศาลกาวาสแบบนี้เป็นการผิดวิสัยนะที่คนที่
[46:22] ต้องการไปพูด
[46:24] คุยถ้าจะไปพูดคุยทำไมจะต้องไปจอดรถห่าง
[46:27] กันนึงไกลตั้ง 30 เมต
[46:30] นะแสดงแต่ว่าแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้ง 6
[46:33] กับพวกไม่ได้ตั้งใจจะไปปรับความเข้าใจกับ
[46:36] โจทย์ร่วมตั้งแต่แรกตามที่เอ่อจำเลยเนี่ย
[46:39] ฎีกาสู้ขึ้นมาว่าตั้งใจจะไปต่อสู้อย่าง
[46:42] นี้นะฮะจะไปอย่าง
[46:44] แต่ว่าเอ่อมีวัตถุประสงค์เพื่อจะก่อเหตุ
[46:48] ร้ายต่อโจทย์ร่วมที่ไปโพสต์ด่าเพื่อนของ
[46:52] จำเลยนะทั้งหมดนะฮะใช้อาวุธปืนยิงไป
[46:56] ประมาณ 10-20 นัดโดยผู้กระทำความผิดที่
[46:59] ใช้อาวุธปืนในกลุ่มเนี้ยนะมีถึง 3 คนที่
[47:03] ใช้อาวุธปืนนะก็สาิกาถือว่ามีการใช้เวลา
[47:07] กระดังความผิดนานพอสมควรนะการที่ทำแบบนี้
[47:12] นะครับเพื่อที่การแสดงให้เห็นว่าจำเนย
[47:14] ทั้ง 6 ย่อมต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นในการ
[47:16] ที่พวกของจำเนยทั้ง 6 นะพาอาวุธปืนเดิน
[47:19] ทางไปในที่เกิดเหตุพร้อม
[47:22] กันและเป็นการร่วมกันคบคิดที่จะใช้อาวุธ
[47:26] ปืนยิงไปยังกลุ่มโจทย์ร่วมทั้งสองอ่าทั้ง
[47:29] ในขณะปรากฏว่าอ่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6
[47:33] ซึ่งฎีกาขึ้นมาเนี่ยนะฮะจะหลบหนีจากที่
[47:35] เกิดเหตุไปทันทีที่มีการยิงเข้าไปนะฮะแต่
[47:39] รอแต่กลับรอให้การกระทำความผิดเนี่ยเสร็จ
[47:42] สิ้น
[47:42] ก่อนนอกจากนั้นยังพบว่าจำนวนที่ 2 ยังขับ
[47:46] รถให้กลุ่มที่ผู้ร่วมกระทำความผิดอีกคน
[47:49] นึงเนี่ยอ่าขับออกมาจากที่เกิดเหตุพร้อม
[47:53] กันทั้งหมดนะฮะเพราะว่าไอ้ทางฝั่งของผู้
[47:57] ก่อเหตุคนเนี้ยรถเกิดสตาร์ทไม่ติดขึ้นมา
[48:00] นะฮะก็แสดงว่ากลุ่มของจำเลยทั้ง 6 เนี่ย
[48:02] พร้อมจะช่วยเหลือคนร้ายให้หล่มหนีจากสถาน
[48:04] ที่เกิดเหตุในทันทีหากมีเรื่องอะไรผิด
[48:06] พลาดอันนี้ภายหลังเกิดเหตุภายหลังเกิด
[48:09] เหตุจำเลยทั้ง 6 ยังขับรถไปรวมตัวกันที่
[48:12] โรงแรมอีกแห่งหนึ่งด้วยนะไปรวมตัวกันอัน
[48:15] นี้ก็แสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนในการ
[48:18] กระทำความผิดครั้งนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่
[48:20] เริ่มต้นจนเสร็จ
[48:21] ภารกิจ
[48:23] นะจากพฤติการต่างๆนะฮะจะเห็นได้ว่าการ
[48:27] กระทำจำเลยทั้ง 6 กับพวกเป็นการแบ่งหน้า
[48:29] ที่การทำอันเป็นการตัวอันเป็นตัวการในการ
[48:33] กระทำความผิดโดยมีการวางแผนร่วมกันและ
[48:35] เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกันทั้งยัง
[48:37] หลบหนีไปด้วยกันนะฮะก็รับฟังได้ว่ามีความ
[48:42] ผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโดยไต่ตองไว้ก่อน
[48:45] ร่วมกันเป็นซ่องโจรนะแล้วร่วมกันยิงปืน
[48:48] ซึ่งใช่ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุนะความ
[48:52] ติดตามพระรัญญัติอาวุธปืนนะฮะนี้ก็เป็น
[48:55] เรื่องที่ศาธิการเนี่ยวิเคราะห์นะ
[48:58] วิเคราะห์จากพฤติการของการเกิดของลักษณะ
[49:01] ที่เกิดเหตุเนี่ยเราก็ย้อนกลับมาดูิว่า
[49:03] อย่างเนี้ยก็บ่งชี้ให้เห็นได้อย่างชัด
[49:06] แจ้งนะฮะว่ามันมีการต้องมีการวางแผนการแล
[49:09] ดำเนินการได้ในลักษณะอย่าง
[49:11] นะฮะซึ่งอย่างที่ว่าเนี่ยฮะพยานหลักฐานใน
[49:15] ส่วนอย่างเนี้ยคงจะหาชัดๆอย่างที่ว่าไป
[49:18] ฟังหรือไปรู้ไปเห็นการประชุมวางแผนกัน
[49:21] เนี่ยก็คงจะยากอยู่พอสมควรนะ
[49:25] ฮะทนี้มีฎีกาอยู่ฎีกานึงนะฮะซึ่ง
[49:30] เอ่อได้ให้
[49:34] คำจะเรียกว่าวินิจฉัยหรือให้คำนิยามกลาย
[49:38] นะให้ความหมายดีกว่านะฮะให้ความหมายถึงคำ
[49:42] ว่าการเป็นสมาชิกการสมบแล้วก็การมีส่วน
[49:46] ร่วมการเป็นเครือข่ายซึ่งมันเรื่องนี้
[49:49] เป็นเรื่องเกี่ยวกับเอ่อความผิดเกี่ยวกับ
[49:51] การป้องกันและปับปรามการค้ามนุษย์นะฮะ
[49:54] แล้วก็องค์กรอาชากข้ามชาตินะฮะมันเลยมี
[49:57] เรื่องของการดึงเครือข่ายด้วยนะฮะฎีกาที่
[50:01] 758-9 758
[50:04] -7579/2561 นะฮะศาิกาให้ความหมายของคำ
[50:07] ว่าการเป็นสมาชิกในองค์กรใดผู้นั้นต้องมี
[50:10] สิทธิ์และมีส่วนร่วมเป็นผู้หนึ่งในองค์กร
[50:13] นั้นนะส่วนการเป็นเครือข่ายในองค์กรใดผู้
[50:17] นั้นต้องมีความสัมพันธ์กับองค์กรและใน
[50:19] ลักษณะประสานกันเป็นโยงใยมีความเห็นใกล้
[50:22] เคียงกันและมีการติดต่อสนับสนุนซึ่งกัน
[50:25] และกันส่วนการสมคบนะสมคบคำเนี้ยแม้ว่าจะ
[50:31] อยู่ในส่วนของเอ่อพบัญญัติป้องกันและปราบ
[50:33] ปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอากรรมข้ามชาติ
[50:36] นะฮะหรือว่าไปปรากฏในกฎหมายอื่นนะแต่เป็น
[50:40] สมภเป็นคำเดียวกันกับที่ใช้ในประมวลกฎ
[50:42] หมายอาญาเช่นเดียวกันกับความผิดฐานเป็น
[50:44] ซ่องจนนะฮะส่วนการสมคบนั้นผู้นั้นต้อง
[50:48] ร่วมกันคบคิดเตรียมการและวางแผนกันมา
[50:52] ก่อนนะก็อันนี้เ่อลอง
[50:57] ลองอาฎีกาตัวเต็มตัวนี้ดูนะฮะเ่อจะดูที่
[51:01] ว่าเอ่อไอเราก็จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
[51:03] เกี่ยวกับเรื่องของความหมายของคำว่าสมคบ
[51:05] เนี่ยได้กว้างขวางขึ้นนะซึ่งจริงๆคำว่า
[51:08] สมคบคำเนี้ยมันอาจ
[51:10] จะเชื่อว่านะฮะเชื่อเชื่อน่าจะมาจากเอ่อ
[51:15] คำภาษาอังกฤษคำว่า
[51:18] conspiracy นะซึ่งก็เป็นนิยามของความ
[51:22] หมายของต่างประเทศเค้านะครับซึ่งก็หมาย
[51:26] ความกว้างนะฮะเช่นเป็นบุคคลตั้งแต่ 2 คน
[51:30] ขึ้นไปตกลงกันเพื่อกระทำความผิดอาญาหรือ
[51:33] กระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนะก็จะคล้ายๆ
[51:36] กับของเรานะ conspiracy ตัวนี้อ่าในความ
[51:41] ผิดฐานเป็นซ่องโจรเนี่ยนะฮะจะต้องรวมกัน
[51:44] ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปนะ
[51:47] ฮะแล้วก็เป็นการกระทำความผิดเพื่อกระทำ
[51:51] ความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในภาค 2 ซึ่งมี
[51:54] อัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 1 1 ปี
[51:57] ขึ้นไปเท่านั้นถ้าเราเทียบเปรียบเทียบ
[52:00] ระหว่างความผิดฐานเป็นอั้งยี่กับความผิด
[52:02] ฐานเป็นซ่องโจรเนี่ยจะเห็นว่าความผิดฐาน
[52:03] เป็นอ้างยี่นั้นจะกว้างขวางกว่านะเพราะ
[52:06] ว่าอ้างยี่นั้นเพื่อการอมิชอบด้วยกฎหมาย
[52:10] นะแต่ว่าความผิดหายเป็นซ่องจนนั้นจำกัด
[52:12] เฉพาะความผิดที่บัญญัติอยู่ในภาค 2 ของ
[52:15] ประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้นนะ
[52:18] ฮะถ้าอะไรที่เป็นความ
[52:22] ผิดรวมกัน 5 คนขึ้นไป
[52:26] เพื่อสมคบกันนะฮะสมคบกันเพื่อกระทำความ
[52:31] ผิดเช่นเอ่อจะไปฮั้วประมูลเงี้ยแบบนี้ไม่
[52:36] เป็นซ่องโจรนะฮะเพราะว่าความผิดฐานเป็น
[52:40] ฮั้วประมูลเนี่ยมันไม่ได้เป็นความผิดที่
[52:42] บัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาภาค 2 จะ
[52:45] เป็นพระราชบัญญัติต่างหากจะเป็นแต่อาจจะ
[52:49] เป็นความผิดฐานเป็น
[52:50] อั้งยี่นะเพราะว่าเป็นการรวมเป็นคณะบุคคล
[52:54] ที่รวมกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับ
[52:58] เอ่อเพื่อการอมิชอบด้วยกฎหมายนะ
[53:02] ฮะหรืออย่างเช่นเอ่อความผิดต่อพระ
[53:06] ราชบัญญัติจราจรทางบกอะไรอย่างเงี้ยทำนอง
[53:08] อย่างี้นะฮะก็อาจจะไม่เป็นความผิดทางซ่อง
[53:12] โจรนะแต่อาจจะเป็นเป็นความผิดฐานเป็น
[53:14] อั้งยี่นะอันนี้ก็เป็นส่วนที่เราคงจะต้อง
[53:18] ดูเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 ทานความผิด
[53:19] นั้นองค์ประกอบความผิดนั้นแตกต่างกันนะ
[53:26] ฮะสมคบนั้นเอ่อผิดสำเร็จเมื่อไหร่ฮะเรา
[53:31] อ้างยี่นั้นผิดสำเร็จเมื่อเป็นสมาชิกนะฮะ
[53:34] สมคบผิดสำเร็จเมื่ออ่าไม่ใช่สมคบครบผิด
[53:38] สำเร็จเมื่อฮะซ่องโจรซ่องโจรจะผิดสำเร็จ
[53:40] เมื่ออะไรฮะผิดสำเร็จเมื่อสมคบนะผิด
[53:44] สำเร็จเมื่อสมคบแม้ว่ายังไม่ได้มีการ
[53:46] กระทำการตามที่ตกลงกันนะฮะก็คือประชุม
[53:50] ร่วมกันตกลงกันว่าจะไปกระทำความผิดที่
[53:53] บัญญัติไว้ในภาค 2 ของพอาญาอ่าก็เป็นความ
[53:56] ผิดแล้วผิดสำเร็จแล้วนะยังไม่ได้ทันกระทำ
[53:59] ความผิดก็เป็นอันตรายต่อสังคมแล้วนะฮะ
[54:03] กรรมในเรื่องของการสมคบนะสำเร็จแล้วอัน
[54:06] นี้เป็นฎีกาที่
[54:10] 17705/255 นะฮะสมคบเนี่ยความผิดฐานซ่อง
[54:15] โจรเพียงตกลงกันกระทำความผิดแม้ยังไม่ทัน
[54:18] ได้กระทำความผิดก็เป็นอันตรายต่อสังคม
[54:21] แล้วกรรมในเรื่องของการสมคบสำเร็จแล้วนะ
[54:25] เรื่องนี้เป็นการรวม
[54:27] กลุ่มนะครับจะไปหลอกลวงสำนักงานสลากกิน
[54:31] แบ่งนะฮะเพื่อที่จะไปเ่อไปล็อกคหวยนะครับ
[54:35] โดยที่กลุ่มของจำเลยเนี่ยก็ปลอมตัวเป็นคน
[54:39] ที่อ่าได้รับเลือกให้ไปออกสลากในในคดี
[54:45] เนี้ยวิธีการออกสลากคือออกสลากโดยการไป
[54:49] ตักลูกบอลที่อยู่ในภาชนะนะฮะกลุ่มของ
[54:54] จำเลยก็วางแผนกันเข้าไปปลอมตัวว่าตัว
[54:59] จำเลยกลุ่มของจำเลยเนี่ยเป็นกลุ่มที่จะ
[55:02] เป็นคนที่ได้รับคัดเลือกมาให้เข้ามาทำ
[55:04] หน้าที่นี้เสร็จแล้วก็ไปแอบแอบใช้เ่อไปทำ
[55:08] เครื่องหมายกับลูกบอลในตลับลูกบอลนะแล้ว
[55:11] ก็ใช้วิธีของตัวเองเนี่ยเพื่อไปตักเอาลูก
[55:13] บอลตามเครื่องหมายที่ว่าเนี้ยที่เขาทำ
[55:16] เครื่องหมายเอาไว้นะมันก็เป็นความผิดฐาน
[55:19] ฉ่อกงนะร่วมกันเป็นความผิดฐานช่อกงขึ้นมา
[55:23] นะเสร็จแล้วเอ่อข้อเท็จจริงก็คือว่าจำเลย
[55:27] ที่ 1 ที่ 3 กับที่ 4 เนี่ยเอ่อร่วม
[55:29] ประชุมวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำนะแล้วก็ยัง
[55:33] มีอีกหลายคนที่หลบหลบหนีไปนะก็อย่างนี้ก็
[55:38] จะเป็นความผิดฐานเ่อร่วม
[55:42] กันสมคบนะฮะทีนี้บังเอิญมันมีคนที่เอ่อ
[55:49] จับไม่ได้นะแล้วก็ไม่ได้ไปด้วยร่วมนี้นะ
[55:53] ความผิดนั้นสำเร็จแล้วนะฮะไม่ได้ไปด้วย
[55:56] ไม่ได้ไปด้วยก็ถือว่ามีความผิดนะ
[56:06] ครับในในเรื่องเนี้ยนะ
[56:10] ฮะตอนหลังก็เราเราก็มองว่าในฎีกาเนี้ยนะ
[56:15] ฮะบอกว่าความผิดฐานสมคบเนี่ยความผิดฐาน
[56:18] ซ่องโจรเนี่ยเอ่อเมื่อสมคบกันก็ถือว่าผิด
[56:22] สำเร็จนะฮะแม้ว่าจะยังไม่ได้ลงมือกระทำ
[56:24] ความ
[56:25] ผิดแล้วหลังจากนั้นได้ไปลงมือกระทำความ
[56:28] ผิดนะก็จะเป็นการกระทำกรรมใหม่เกิดขึ้น
[56:32] อีกนะด้วยการร่วมกับเอ่อจำเลยอื่นที่
[56:36] เหลือเนี่ยหลอกลวงสำนักงานสลากกินแบ่ง
[56:38] ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จนะได้ได้
[56:41] รับทรัพย์สินไปจากเอ่อบุคคลที่ 3 ซึ่ง
[56:44] เป็นความผิดฐานฉ่อโกงเนี่ยนะฮะการกระทำ
[56:47] ของจำเลยกับพวกนะฮะจึงเป็นความผิดหลาย
[56:51] กรรมต่างกันนะฎีกานี้ก็บัญญัติว่าหลาย
[56:54] กรรมต่างกันนะแต่เดิมฎีกาก็มีฎีกา
[56:59] อยู่ที่บอกว่าถ้าหากว่าเป็นเรื่องการซ่อง
[57:03] โจรเนี่ยนะฮะสมคบกันเพื่อจะไปปล้นทรัพย์
[57:06] นะฮะการที่จะไปปล้นทรัพย์เนี่ยการวางแผน
[57:10] สมคบการวางแผนเนี่ยเป็นส่วนหนึ่งของการ
[57:12] ปล้นทรัพย์ก็ถือว่าเป็นกรรมเดียวนะถือว่า
[57:16] เป็นกรรมเดียวเป็นการเกี่ยวเนื่องกันนะ
[57:19] ครับก็ตอนเนี้ยมีมีแนวแนวคิดที่แตกต่าง
[57:24] กันอยู่ในคากษาฎีกาเนี่ยจะเป็นอยู่ 2 แนว
[57:28] แนวทาง 2 แนวนี้ว่าเอ่อขึ้นอยู่กับว่า
[57:32] เป็นเรื่องของการเป็นมุมมองนะมุมมองในมอง
[57:36] ว่าถ้ามอง
[57:38] ว่าผิดสำเร็จแล้วนะฮะอีกกรรมหนึ่งที่เกิด
[57:41] ขึ้นก็จะเป็นกรรมใหม่นะฮะก็จะเป็นหลาย
[57:45] กรรมแต่ถ้าหากมองว่ามีความเกี่ยวเนื่อง
[57:48] กันนะเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันนะก็
[57:52] จะมีเป็นในทิศทางที่เรียกว่าเป็นกรรม
[57:55] เดียวนะโดยมองว่าการสมคบนั้นเป็นส่วน
[57:58] หนึ่งของการกระทำที่จะตามมาทีหลังนั่นเอง
[58:03] นะฮะทีนี้ก็คงต้องรอดูแนวทางที่แน่ชัด
[58:07] เป็นอย่างไรนะฮะนี่คือฎีกา
[58:13] ที่ตัดสินไว้นะฮะที่แตกต่าง
[58:18] กันต่อมาก็มีฎีกาที่
[58:22] 83/2567 นะฮะที่เมื่อสักครู่เราพูดถึง
[58:25] เรื่องของอาศัยอย่างพฤติการ
[58:27] นะฮะเพื่อการในการที่จะดูว่ามีการสมบ
[58:31] เนี่ยนะฮะในฎีกาที่ 83/2567 นี้ก็
[58:35] วินิจฉัยว่าอย่างเงี้ยนะฮะว่าการกระทำ
[58:37] ความผิดฐานเป็นซ่องโจรนี้ย่อมเป็นความผิด
[58:39] สำเร็จเมื่อมีการสมคบการวางแผนเพื่อกระทำ
[58:42] การอันเป็นความผิดแม้ยังไม่ได้กระทำการ
[58:45] ตามที่ได้สมคบกันดังนั้นความผิดฐานเป็น
[58:48] ซ่องโจรจึงเป็นการกระทำคนละกับฐานร่วมกัน
[58:52] พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไต่ต่อไปก่อนและร่วม
[58:54] กันยิงปืนโดยใช้ิระเบิดโดยใช่เหตุ
[58:58] นะฮะเรื่องในฎีกาเนี้ยนะฮะโจทย์เ้าบรรยาย
[59:03] ฟ้องว่าขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 6 ทานเป็น
[59:06] ซ่องโจรอีกกรรมหนึ่งนะฮะต่างจากต่างหาก
[59:10] จากความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
[59:11] ด้วยนะครับแล้วก็ศาลศาลชั้นต้นกับศาลอุธร
[59:16] เนี่ยนะฮะวินิจฉัยว่าความผิดฐานนี้เป็น
[59:19] ความผิดอ่ากรรมเดียวกันนะซึ่งศาลฎีกา
[59:23] เนี่ยเ่อไม่เห็นด้วยนะครับไม่ด้วยท่านก็
[59:26] วินิจฉัยว่าอย่างเงี้ยเป็นความผิดคนละนะ
[59:30] ครับก็คงต้องเอ่อรอดูทิศทางนะฮะว่าเอ่อ
[59:34] ฎีกานั้นจะเป็นอย่างไรแล้วก็มองเชียให้
[59:36] เห็นว่าเอ่อมุมมองเกี่ยวกับเรื่องของกฎ
[59:39] หมายเนี่ยมันเป็นไปได้ในเรื่องของกรรม
[59:40] เดียวกับหลายกรรมเนี่ยนะฮะที่จะแตกต่าง
[59:42] กันตรงจุดนี้นะทีนี้ถ้าหากว่า
[59:47] เอ่อสมคบกันแล้วตกลงใจกันแล้วแล้วเปลี่ยน
[59:51] ใจไม่ไปเนี่ยยังเป็นความผิดมั้ยฮะเป็น
[59:55] ความผิดไปนะครับจำเลย 15 คนนะฮะมีอาวุธ
[59:59] แล้วก็ประชุมร่วมกันเพื่อคิดจะไปปล้นแต่
[01:00:02] ก่อนออกเดินทางเนี่ยไปก่อนออกเดินทางจะไป
[01:00:05] ปล้นเนี่ยก็เกิดเปลี่ยนใจไม่ไปปล้นแล้วนะ
[01:00:09] ฮะอย่างนี้ยังมีความผิดมั้ครับนะอ่าอ่า
[01:00:15] ศาฎีกาในฎีกาที่
[01:00:17] 871/2457 บอกอย่างนี้มีความผิดถายเป็น
[01:00:20] ซ่องโจรนะครับเพราะว่าสมคบกันแล้วตกลงกัน
[01:00:23] แล้วก็ความผิดผิดสำเร็จทันทีนะฮะก็จะ
[01:00:28] อาศัยแนวคิดและลักษณะอย่างนี้นะ
[01:00:32] ฮะในกรณีที่มีการร่วมประชุมบางแผนนะฮะแต่
[01:00:35] ว่าไม่ได้ไป
[01:00:36] ด้วยจะเป็นความผิดฐานเป็นซ่องโจรมั้
[01:00:41] ฮะ
[01:00:42] ครับเรื่องนี้เรื่องเนี้ยเป็นเรื่องที่มี
[01:00:47] ชายกลุ่มนึงประมาณ 10 คนอ่าพอพูดถึง 10
[01:00:51] คนเนี่ยเรานึก
[01:00:52] ถึงซ่องโจรนะฮะ
[01:00:54] นึกถึงมั่วสุมด้วยใช่มั้ฮะแต่เรื่องนี้
[01:00:56] ไม่ใช่มั่วสุมนะก็ลงเป็นเรื่องซ่องจน
[01:00:59] อย่างเดียวมีใช้กลุ่มถึงประมาณ 10 คนอ่า
[01:01:02] ก็คือตัวจำเลยทั้ง 10 เนี่ยก็จับกลุ่มคุย
[01:01:05] กันวางแผนจะใช้จะใช้คนวิธีในการขึ้น
[01:01:10] ไปหลอกให้คนบนรถเมล์นะฮะรถประจำทางเนี่ย
[01:01:15] เล่นพนันเสร็จแล้วก็
[01:01:17] [เพลง]
[01:01:18] เอ่อโกงเค้านะฮะโกงเค้าเมื่อเป็นความผิด
[01:01:23] ันเป็นช่อโกงนะฮะทีนี้ปรากฏว่าเอ่อตำรวจเ
[01:01:29] จับจำเลยได้นะฮะแต่มีคนที่ร่วมประชุมด้วย
[01:01:34] อยู่ 2 คนนะฮะไม่ได้จะไปด้วยนะถามจำเลยคน
[01:01:39] อื่นเบอกว่าจะไปยังไปยังไงเบอกว่าเนี่ย
[01:01:41] เดี๋ยวจะ
[01:01:42] ไปหลังจากที่หลอกเขาได้แล้วเนี่ยตรงที่
[01:01:46] ปลายทางก็จะมีคนมารับก็จะมีจำเลยที่มารัด
[01:01:49] จำเลยที่เป็นในเรื่องนี้ก็คือจำเลยที่ 5
[01:01:52] นะไม่ได้ขึ้นรถเมล์ไปด้วยจำเลยที่ 5 ก็จะ
[01:01:55] มารับเไปรออยู่ที่ปลายทางนะตำรวจก็ตามไป
[01:01:59] ที่ปลายทางไปเจอจริงๆนะไปเจอตัวก็เลยจับ
[01:02:01] มานะฮะแล้วก็ศาฎีกาก็ฟังว่าเอ่อเชื่อได้
[01:02:08] ว่าจำเลยที่ 5 เนี่ยได้เข้าร่วมปรึกษาวาง
[01:02:10] แผนกับจำเลยอื่นที่ซึ่งมีจำนวนเกิน 5 คน
[01:02:13] เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดย
[01:02:16] ทุจริตนะฮะอันเป็นความผิดฐานฉ่อโกงการ
[01:02:18] กระทำของจำเลยที่ 5 จึงเป็นความผิดฐาน
[01:02:20] เป็นซ่องโจรนะแม้ว่าจะไม่ได้ไปด้วยนะครับ
[01:02:24] ฎีกาที่
[01:02:37] 2429/2528 ทีนี้มาดูกรณีที่เอ่อไม่เป็น
[01:02:43] การสมคบกันบ้างนะฮะไม่เป็นสมคบกันก็ส่วน
[01:02:48] ใหญ่ก็จะออกมาอยู่ในรูปที่ไม่มีพยานยืน
[01:02:51] ยัน
[01:02:53] นะฮะที่
[01:02:55] 3201/2527 เนี่ยนะฮะไม่มีพยานยืนยันได้
[01:02:59] ว่าได้มีการคบคิดร่วมกันประชุมปรึกษาหา
[01:03:02] รือกันที่ไหนเมื่อใดและได้ตกลงกันจะกระทำ
[01:03:06] ความผิดอย่างใดหรือ
[01:03:07] ไม่นะมีแต่พยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิด
[01:03:11] เช่นช่อคงชิงทรัพย์อะไรทำนองอย่างนี้นะฮะ
[01:03:15] มันก็เลยทำให้เอ่อไม่เป็นความผิดฐานเป็น
[01:03:19] ซ่องโจรนะ
[01:03:22] 3201/ 2527 เนี่ยนะครับเป็นเรื่องที่
[01:03:27] เอ่อศาลฎีกา
[01:03:30] ก็วินิจฉัยอย่างเงี้ยนะฮะว่าความผิดตาม
[01:03:33] มาตรานี้นะครับมาตรา 210 211 212 เนี่ย
[01:03:37] แสดงให้เห็นสาระสำคัญของความผิดฐานเป็น
[01:03:39] ซ่องโจรว่าจะต้องมีบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้น
[01:03:42] ไปได้คบคิดประชุมหาหรือร่วมกันและตกลงกัน
[01:03:47] ที่จะกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตาม
[01:03:48] ที่บัญญัติไว้ในภาค 2 ในความผิดนั้นมี
[01:03:52] กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
[01:03:56] นะมันจะต้องครบทั้ง 3 4 องค์ประกอบเนี่ย
[01:03:58] นะครับนะจำนวนคนมีการสมคบแล้วก็เป็นความ
[01:04:03] ผิดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 แล้วก็ความ
[01:04:06] ผิดนั้นต้องมีโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 1
[01:04:10] ปีขึ้นไปเมื่อได้ประชุมตกลงกันแล้วแม้จะ
[01:04:13] ยังไม่ได้ไปกระทำความผิดตามที่ตกลงไว้ผู้
[01:04:16] ที่เข้าร่วมประชุมก็มีความผิดฐานเป็นซ่อง
[01:04:18] โจรแล้วหากมีผู้ที่เข้าร่วมประชุมคนหนึ่ง
[01:04:21] คนใดไปกระทำความผิดตามที่ตกลงกันก็เป็น
[01:04:23] ความผิดขึ้นอีกกระทง
[01:04:25] หนึ่งซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมแม้จะไม่
[01:04:27] ได้ไปร่วมกระทำผิดก็ต้องมีความผิดด้วยดัง
[01:04:30] ที่บัญญัติไว้ในมาตรา
[01:04:32] 213 แต่ถ้าประชุมหารือปรึกษาหารือกัน
[01:04:36] แล้วไม่เป็นที่ตกลงกันว่าจะกระดำความผิด
[01:04:38] อย่างหนึ่งอย่างใดอ่าผู้ที่เข้าร่วม
[01:04:41] ประชุมก็หามีความผิดฐานเป็นซ่องจน
[01:04:44] ไม่จึงเป็นที่เห็นได้ว่าการประชุมหรือ
[01:04:48] ร่วมกันับกันและตกลงกันว่าจะกระทำความผิด
[01:04:50] อะไรเป็นข้อสาระสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่า
[01:04:53] มีการกระทำความผิดทันเป็นซ่องโจรหรือ
[01:04:56] ไม่นะฮะนะอันนี้อันนี้เป็นข้อที่สำคัญนะ
[01:05:01] ฮะซึ่งจากข้อเท็จจริงที่โจทย์นำสืบมา
[01:05:04] เนี่ยปรากฏจากคำเบิกความของตำรวจแต่เพียง
[01:05:08] ว่ามีกลุ่มคนร้ายวัยรุ่นจะเข้ามาชิงหรือ
[01:05:11] ปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์ในเขตเทศบาลเมือง
[01:05:13] เท่านั้นนะไม่มีพยานยืนยันได้ว่าจำเลย
[01:05:17] ทั้ง 3 กับพวกได้คบคิดร่วมการประชุม
[01:05:19] ปรึกษาหาหรือกันที่ไหนเมื่อใดและได้ตกลง
[01:05:22] การจะกระทำความผิดอย่างใดหรือไม่พยานหลัก
[01:05:24] ฐานที่อ่าโจทย์นำสืบมาก็จึงไม่มีน้ำหนัก
[01:05:28] ให้ฟังว่าได้กระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร
[01:05:31] ก็ลงโทษจำนวนทั้ง 3 ในความผิดฐานนี้ไม่
[01:05:39] ได้นะฎีกาที่
[01:05:43] 4050/2534 ก็ทำนองเดียวกันนะฮะวินิจฉัย
[01:05:46] ทำนองเดียวกันก็คือไม่มีพยานหลักฐานยืน
[01:05:49] ยันว่าเอ่อได้มีการคบคิดร่วมกันและได้
[01:05:53] ตกลงจากกระทำความผิดอย่างไรนะฮะจะสังเกต
[01:05:58] ว่าที่ผ่านมาเนี่ยนะฮะเอ่อการนำสืบพยาน
[01:06:03] ของโจทย์อาจจะสืบแต่เพียง
[01:06:06] ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการมีการสมคบ
[01:06:09] กันนะฮะแต่ว่าไม่ได้แสดงให้เห็นถึง
[01:06:12] พฤติการนะว่าเป็นอย่างไรหลังๆมาหลังๆมา
[01:06:15] เนี่ยเอ่อข้อเท็จจริงคดีคดีในในปัจจุบัน
[01:06:20] เนี่ยมันมีความซับซ้อนมากขึ้นมันมีวิธี
[01:06:22] การอะไรแปลกๆที่เกิดขึ้นนะฮะซึ่งสามารถ
[01:06:25] ประมวลทางโจทย์เนี่ยสามารถเก็บพยานหลัก
[01:06:28] ฐานเนี้ยนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่ากรณีอย่าง
[01:06:31] นี้นะฮะมันมีพฤติการที่นำมาก่อนที่แสดง
[01:06:34] ให้เห็นว่าเป็นการเอ่อ
[01:06:36] สมบจึงเป็นความผิดฐานเป็นซ่องโจรอย่าง
[01:06:39] ฎีกาที่ให้ตัวอย่างไว้เมื่อสักครู่เนี้ย
[01:06:42] นะ
[01:06:43] ครับอันนี้การสมคบ
[01:06:46] นะฮะต้องเป็นการตกลงว่าจะกระทำความผิด
[01:06:50] ร่วมกันในระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
[01:06:52] กันเท่านั้นนะฮะแต่จะไปกระทำกับบุคคลภาย
[01:06:56] นอกไม่ได้นะในฎีกาที่
[01:07:01] 4986/2533 นะฮะมีคนอยู่ 5 คนที่มาเอ่อ
[01:07:08] สมคบกันว่าจะไปขายรถจักรยานยนต์ที่รักมา
[01:07:13] อ่าซึ่งเป็นความเป็นความฐานลับของจนใช่
[01:07:15] มั้ฮะนี้นะฮะแต่ว่าคนที่ไปเจรจาด้วยไปคุย
[01:07:22] ด้วยตกลงกันด้วยที่มาเนี่ยนะฮะคนที่ 5
[01:07:25] นั้นเป็นตำรวจไม่ใช่คนร้ายนะศาลฎีกาใน
[01:07:29] ฎีกาที่
[01:07:31] 4986/2533 นะฮะก็ท่านก็วางวินิจฉัยไว้นะ
[01:07:35] ฮบอกว่าการร่วมการคบคิดเนี่ยนะฮะจะต้อง
[01:07:40] เป็นการกระทำระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด
[01:07:43] ด้วยกันนะฮะ
[01:07:46] การร่วมเจรจากับอ่าเจ้าพนักงานตำรวจที่ไป
[01:07:49] ล่อซื้อนะ
[01:07:51] ฮะมีลักษณะเป็นการกระทำต่อบุคคลภายนอกนะ
[01:07:55] การกระทำนั้นยังไม่เป็นความผิดฐานเป็น
[01:07:58] ซ่อง
[01:07:59] โจรนะฮะก็ขาดไป 1 คนอันนี้ขาดไป 1
[01:08:06] คนนี้ในวรรค 2 นะฮะก็เป็นเหตุฉกรที่ว่า
[01:08:10] ไว้นะว่าถ้าสมบังความผิดที่มีโทษประหาร
[01:08:14] ชีวิตก็จำพุกตลอดชีวิตโทษก็จะปรับให้สูง
[01:08:18] ขึ้นอ่าเป็นเหตุฉะกันฉะนั้นผู้กระทำก็
[01:08:22] ต้องรู้นะว่าสมคบกันไปทำความผิดอะไรเช่น
[01:08:25] ฆ่าคนตาย
[01:08:27] นะอันนี้ก็ต้องรู้แต่ว่าไม่ต้องถึงขนาด
[01:08:31] รู้ว่าการไปฆ่าคนตายนั้นจะมีโทษถึงประหาร
[01:08:35] ชีวิตหรือเปล่าอ่าแต่ต้องรู้ว่าตัวเองจะ
[01:08:38] ไปทำอะไรต
[01:08:58] ต่อไปมาถึงที่เอ่อมาตรา 211 นะฮะความผิด
[01:09:01] ของผู้ที่ประชุมในที่ประชุมอ้างยี่หรือ
[01:09:04] ซ่องจนอ่าเราเราพูดถึงอ่าคนที่ร่วมสมคบ
[01:09:10] ที่เป็นความมีความผิดฐานเป็นซ่องโจรมาพูด
[01:09:13] ถึงคนที่
[01:09:14] เอ่อเป็นสมาชิกนะเป็นความผิดฐานเป็น
[01:09:18] อั้งยี่นะอันนี้ในมาตรา 211 เนี่ยบัญญัติ
[01:09:22] ถึงเรื่องของผู้ใดประชุมในที่ประชุม
[01:09:25] อั้งยี่หรือซ่องโจรผู้นั้นกระทำความผิด
[01:09:28] ฐานเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจรเว้นแต่ผู้นั้น
[01:09:30] แสดงได้ว่าได้ประชุมโดยไม่รู้ว่าเป็นการ
[01:09:33] ประชุมของอั้งยี่หรือซ่อง
[01:09:35] โจรนะอ่าข้อสำคัญคือเรื่องคนที่จะผิดตาม
[01:09:40] มาตรา 211 เนี่ยผู้เข้าประชุมต้องไม่ใช่
[01:09:43] สมาชิกนะต้องไม่ได้ร่วม
[01:09:46] สมคบเพราะว่าถ้าหากว่าเ้าเป็นสมาชิกซะ
[01:09:51] แล้วนะฮะเก็เป็นอั้งยี่ละถ้าเป็นผู้ร่วม
[01:09:57] สมคบก็เป็นซ่องโจรเป็นพรรคพวกซ่องโจรซะละ
[01:10:00] ครับแต่มาตรา 211 เนี่ยบัญญัติสำหรับผู้
[01:10:03] เข้าประชุมซึ่งไม่ใช่สมาชิกซึ่งไม่ใช่ผู้
[01:10:06] ร่วมสมคบ
[01:10:08] แต่ว่ากฎหมายเนี่ยเอาผิดฐานเป็นอ้างยี่
[01:10:10] หรือเป็นซ่องโจรนะจากนั้นก็จะมีโทษตาม
[01:10:13] มาตรา 209 หรือ 210 อันนี้แล้วแต่กรณีนะ
[01:10:17] คนที่เข้าประชุมเนี่ยต้องรู้ว่าเป็นการ
[01:10:19] ประชุมแล้วก็มีเจตนาเข้าประชุมด้วยอ่าี่เ
[01:10:23] พูด
[01:10:24] ถึงงั้นโจทย์ก็เพียงแต่ดำสืบว่าจำเลยได้
[01:10:27] เข้าร่วมประชุมแต่ไม่ต้องถึงขนาดต้อง
[01:10:30] พิสูจน์ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นการประชุมของ
[01:10:32] อ้างยี่หรือซ่องโจรนะฮะเพียงแต่กฎหมาย
[01:10:35] กำหนดให้เป็นหน้าที่ของจำเลยในการพิสูจน์
[01:10:39] ข้อเท็จจริงแก้ตัวได้ว่าไม่รู้ว่าเป็นการ
[01:10:41] ประชุมของอ้างยิ่งหรือซ่อง
[01:10:44] โจรนะเพราะว่ากฎหมายให้เอ่อบัญญัติไว้นะ
[01:10:49] ฮะว่าเว้นแต่ผู้นั้นแสดงได้ว่าได้ประชุม
[01:10:51] โดยไม่รู้ว่าเป็นการประชุมของอ้างยี่หรือ
[01:10:54] ซ่อง
[01:10:55] โจร
[01:10:57] นะนี้พอกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดฐาน
[01:11:01] เป็นอ้างยี่หรือซ่องโจรก็เลยมีผลทำให้
[01:11:04] ต้องรับโทษตามความผิดที่อ้างยี่หรือซ่อง
[01:11:06] โจรได้กระทำตามมาตรา 213
[01:11:09] ด้วยนะ
[01:11:11] ฮะมาที่ 212 นะฮะมาตรา 212 ความรับผิดของ
[01:11:16] ผู้ช่วยเหลือเกื้อกูลอั้งยี่หรือซ่องโจร
[01:11:19] นะฮะในมาตรานี้ก็จะบัญญัติไว้อยู่เป็น 4
[01:11:22] อนุวาต 4 กรณีนะฮะโดยที่บอกว่าบุคคลที่ทำ
[01:11:28] ในทั้ง 4 กรณีเหล่านี้นะต้องระวางโทษเช่น
[01:11:32] เดียวกับผู้กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่
[01:11:35] หรือซ่องโจท์
[01:11:36] ต้องระวังโทษเช่นนั้นนะฮะซึ่งก็หมายความ
[01:11:42] ว่าคนที่กระทำความผิดตามมาตรา 212 นั้น
[01:11:46] ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือพรรคพวกซ่องโจรนั่น
[01:11:49] เองอ่ากฎหมายถึงบัญญัติว่าต้องระวางโทษ
[01:11:52] เช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐานเป็นอ้าง
[01:11:54] ยี่หรือซ่อง
[01:11:56] โจรนะฮะจะแตกต่างกันกับมาตรา 211 นะฮะ 211
[01:12:01] เนี่ยบอก
[01:12:03] ว่าผู้ใดประชุมในที่ประชุมอ้างยี่หรือ
[01:12:05] ซ่องโจร
[01:12:09] ฉะนั้นผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอ้างยี่
[01:12:12] หรือซ่อง
[01:12:14] โจรแต่ 212 บอก
[01:12:17] ว่าผู้ใดกระทำความผิด 1 2 3 4 นะต้อง
[01:12:22] ระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐาน
[01:12:24] เป็นอั้งยี่หรือซ่องโจรนะผลก็
[01:12:28] คือ 212 คนกระทำความผิดตามมาตรา 212 นะฮะ
[01:12:33] ไม่นำมาตรา 213 มาใช้
[01:12:36] บังคับไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา
[01:12:40] 213 นะเดี๋ยวเราจะไปดูที่ 213 แล้วว่า
[01:12:43] กันอีกทีนึงนะฮะ 212 เนี่ยเอ่อมีอยู่ 3 4
[01:12:50] อนุมาตนะฮะก็คือเรื่องของจัดหาที่ประชุม
[01:12:53] หรือที่พำนักให้
[01:12:58] แก่อั้งยี่หรือซ่องโจรนะฮะจัดหาที่ประชุม
[01:13:02] หรือที่พำนักฉะนั้นการจัดหาที่ประชุมหรือ
[01:13:06] ที่ที่พำนักให้เนี่ยนะฮะผิดสำเร็จเลยนะ
[01:13:09] ครับก็ผิดสำเร็จเลยแม้ว่ายังไม่มีการ
[01:13:12] ประชุมหรือที่พำนักหรือว่ายังไม่มีคนมา
[01:13:14] เข้ามามาพำนักนะฮะก็คือแค่เอ่อจัดเช่า
[01:13:18] บ้านหรือให้บ้านของตนเป็นที่ชุมนุมหรือ
[01:13:21] เป็นที่พักนะฮะซึ่งกรณีเนี้ยเป็นทั้งก่อน
[01:13:24] และหลังกระทำเข้าทำความผิดก็ได้ทั้งหมดนะ
[01:13:28] ฮะได้ทั้งก่อนและหลังกระทำความผิดแต่ต้อง
[01:13:31] อยู่ในระหว่างที่อ้างยี่หรือซ่องโจรนั้น
[01:13:33] ยังดำรง
[01:13:35] อยู่
[01:13:37] นะการให้ที่
[01:13:41] พักหรือที่ประชุมนะฮะไม่จำเป็นต้องให้
[01:13:45] กับเอ่อพรรคพวกซ่องโจรหรือสมาสมาชิก
[01:13:50] อ้างยี่ทั้งหมดทุกคนนะฮะเพียงคนใดคนหนึ่ง
[01:13:53] ก็น่าจะอยู่ในความหมายของอนุมาตรา 1 นี้
[01:13:55] ด้วยนะไม่จำเป็นต้องให้กับที่พักทั้ง
[01:13:58] คณะนะครับในอนุมาตรา 2 เป็นเรื่องของเอ่อ
[01:14:03] ชักชวนนะฮะผู้ใดชักชวนบุคคลให้เข้าเป็น
[01:14:08] สมาชิกอั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจรนะ
[01:14:12] ฮะผู้ชักชวนก็ต้องไม่เป็นสมาชิกหรือพรรค
[01:14:16] พวกของซ่องโจรเองนะครับเพราะว่าถ้าหากว่า
[01:14:20] ผู้ชักชวนเป็นสมาชิกหรือพรรคพวกซ่องโจร
[01:14:22] เองแล้วก็ผิดฐานเป็นอ้างยี่หรือฐานเป็น
[01:14:25] ซ่องโจรไปในตัวอยู่แล้วตั้งแต่ต้นนะผิด
[01:14:28] มาตรานี้อีกฉะนั้นมาตรานี้จึงอนุมาตรา 2
[01:14:31] เนี่ยจึงเป็นเรื่องของผู้ชักชวนให้คนอื่น
[01:14:33] เข้าเป็นสมาชิกหรือว่าพรรคพวกของซ่องโจร
[01:14:36] เนี่ยตัวเองไม่ได้เป็นสมาชิกหรือพรรค
[01:14:39] พวกนะฮะ
[01:14:44] แล้วเอ่อความผิดสำเร็จนะฮะก็คือผิดเมื่อ
[01:14:48] ผู้ถูกชักชวนเนี่ยยอมเข้าเป็นสมาชิก
[01:14:51] อ้างยี่หรือเข้าเป็นพรรคพวกซ่องโจรงั้น
[01:14:53] ถ้าหากว่าไปชักชวนแล้วเอ่อคนที่ถูกชักชวน
[01:14:57] ไม่ยอมเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ยอมเข้าเป็น
[01:15:00] พรรคพวกของซ่องโจร
[01:15:01] นะอันนี้อาจจะเป็นความผิดฐานพยายามตาม
[01:15:05] มาตรา 80 ก็ได้นะ
[01:15:09] ฮะในอนุมาตรา 3 นะฮะพูดถึงเรื่องการ
[01:15:13] อุปการะอ้างยี่หรือซ่องโจรโดยให้ทรัพย์
[01:15:15] หรือโดยประการอื่นนะฮะอุปการะโดยให้
[01:15:18] ทรัพย์ก็เช่นให้ทุนให้เงิน
[01:15:22] สนับสนุนนะครับซึ่งๆเอ่อในปัจจุบันเนี้ย
[01:15:26] เราพูดถึงเรื่องเนี้ยทวีความสำคัญทวีความ
[01:15:29] สำคัญมากขึ้นนะฮะโดยเฉพาะกับพวกขององค์กร
[01:15:32] อาชญากรรมข้ามชาติทั้งหลายนะฮะคนที่อยู่
[01:15:36] เบื้อง
[01:15:37] หลังเทำกิจการถูกกฎ
[01:15:41] หมายเอากฎหมายดูจากฉากหน้าไม่มีอะไรแต่
[01:15:45] ว่าเป็นคนสนับสนุนให้เงินกับพวกอั่งยี่
[01:15:49] พวกซ่องโจรหรือพวกองค์กรอาชัยกรรมเราต่าง
[01:15:52] ๆเหล่าเนี้ยนะฮะนะเราเป็นเรื่องของ
[01:15:55] มาตรการที่จะต้องจัดการกับคนเหล่านี้นะ
[01:15:58] เพราะว่าเอ่อองค์องอัยกรรมหรืออ้างยี่
[01:16:02] ซ่องโจรอะไรเหล่านี้วัตถุประสงค์ก็เพื่อ
[01:16:04] เงินนะฮะใช่มั้ฮะผลประโยชน์ที่เป็นตัว
[01:16:07] เงินงั้นแล้วก็จะดำเนินการต่อได้หรือไม่
[01:16:10] ก็อยู่ที่เรื่องเงินที่มาสนับสนุนนั่นเอง
[01:16:13] นะฮะการสนับการอุปการะโดยประการอื่นนะใน
[01:16:17] อนุมาตรา 3 เนี่ยที่ว่าโดยให้ทรัพย์หรือ
[01:16:20] โดยประการอื่นโดยประการอื่นก็เช่นส่งข่าว
[01:16:23] ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้ทราบนะฮะ
[01:16:26] ก็จะอยู่ในความหมายอย่างนี้นะฮะใน
[01:16:30] อนุมาตรา 4 นะฮะผู้ใดช่วยจำหน่ายทรัพย์
[01:16:32] ที่อ้างยี่หรือซ่องโจรได้มาโดยการกระทำ
[01:16:35] ความผิดนะ
[01:16:37] ครับก็เป็นความผิดตามเอ่อมาตรา 212 นี้นะ
[01:16:43] ครับโดยการช่วยจำหน่ายทรัพย์เนี่ยนะฮะถ้า
[01:16:46] เราเปรียบเทียบกับเอ่อความผิดฐานลับของ
[01:16:49] โจรนะความผิดฐานลับของโจรเนี่ยมาตรา
[01:16:53] 357 ระบุฐานความผิดไว้ด้วยอ่าแต่ว่าใน
[01:16:58] การจำหน่ายทรัพย์ที่อ้างยี่หรือซ่องโจร
[01:17:00] ได้มาเนี่ยนะฮะทรัพย์ที่ช่วยจำหน่ายไม่
[01:17:03] ได้ระบุเฉพาะความฐานความผิดเหมือนกันนะฮะ
[01:17:06] แต่ขอให้เป็นทรัพย์ที่อ้างยี่หรือซ่องโจร
[01:17:09] เนี่ยได้มาโดยการกระทำความผิดเท่านั้นก็
[01:17:11] เป็นใช้ได้นะก็จะเข้าความผิด
[01:17:17] นี้นะแล้วการช่วยจำหน่ายทรัพย์เนี่ยถ้า
[01:17:21] ช่วยจำหน่ายหลังจากที่อ้างหรือซ่องโจร
[01:17:23] เนี่ยก็เลิกไปแล้วก็เป็นความผิดได้นะฮะ
[01:17:26] เพราะว่ามันเป็นการช่วยจำหน่ายทรัพย์ที่
[01:17:28] ได้มาจากการกระทำความผิดถึงแม้ว่าถัดมา
[01:17:32] เนี่ยอ้างยิ่งหรือซ่องจนจะเลิกไปแล้วก็
[01:17:34] ตามเนี่ยก็ยังเป็นความผิดได้
[01:17:37] อยู่นะผู้กระทำต้องระวังโทษเช่นเดียวกับ
[01:17:42] ผู้กระทำความผิดฐานเป็นอ้างยิ่งหรือซ่อง
[01:17:44] โจรนะฮะก็คือคนกระทำเนี่ยไม่ได้เป็น
[01:17:47] สมาชิกหรือพรรคพ่วงนะฮะผลก็คือไม่นำมาตรา
[01:17:50] 213 มาใช้กับผู้กระทำคามิตามมาตรา 212
[01:17:54] นะแล้วมาตรา 213 ว่าอย่างไรฮะมาตรา 213
[01:17:57] บอกว่าถ้าสมาชิกอ้างยี่หรือพรรคพวกซ่อง
[01:17:59] โจรคนหนึ่งคนใดได้กระทำความผิดตามความ
[01:18:02] มุ่งหมายของอ้างยี่หรือซ่องโจรนั้นสมาชิก
[01:18:05] อั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจรที่อยู่ด้วยใน
[01:18:07] ขณะกระทำความผิดหรืออยู่ด้วยในที่ประชุม
[01:18:10] แต่ไม่ได้คัดค้านในการตกลงให้กระทำความ
[01:18:13] ผิดนั้นและบรรดาหัวหน้าผู้จัดการหรือผู้
[01:18:16] มีตำแหน่งหน้าที่ในอ้างยี่หรือซ่องจนนั้น
[01:18:18] ต้องระวังโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความ
[01:18:21] ผิดนั้นทุกคนนะ่องโจรเนี่ยเอ่อมีความผิด
[01:18:27] จำคุกไม่เกิน 5 ปีนะตามวรรคหนึ่งนะแต่พอ
[01:18:32] มาอยู่ใน 213 ถ้าสมคบกันแล้วเป็นความผิด
[01:18:37] ฐานซ่องโจรแล้วไปกระดำความผิดตามที่ตั้ง
[01:18:39] ใจไว้ตามที่มุ่งหมายไว้สมคบกันนะ
[01:18:43] ฮะต้องระวางโทษตามบทที่ตัวเองไปกระทำนะ
[01:18:48] อย่างเช่นไปปล้นทรัพย์ก็ไปลงโทษปล้น
[01:18:50] ทรัพย์ซึ่งมีโทษหนักกว่าซ่องโจรอยู่นะฮะ
[01:18:53] นี่คือเอาเอามาตราผลของมาตรา 213 นี่เอง
[01:18:57] นะฮะนะ
[01:18:59] ฮะงั้นการกระทำความผิดตามความมุ่งหมาย
[01:19:01] เกิดจากการกระทำของสมาชิกอ้างยี่ตามมาตรา
[01:19:04] 209 นะฮะพรรคพวกซ่องโจรตามมาตรา 210 และ
[01:19:07] ผู้เข้าประชุมตามมาตรา 211 นะแต่ไม่รวม
[01:19:11] ถึงผู้กระทำความผิดตามมาตรา
[01:19:13] 212 เพราะไม่ใช่สมาชิกหรือพรรคพวกนะ
[01:19:16] เพราะกฎหมายบอกว่าถ้าสมาชิกอ้างยี่หรือ
[01:19:18] พรรคพวกซ่องโจรคนหนึ่งคนใดนะ
[01:19:21] ฮะให้คนที่เอ่อสมาชิกอ้างี่หรือพรรคพวก
[01:19:26] ซ่องโจรที่อยู่ในขณะกระดาความผิดหรืออยู่
[01:19:28] ด้วยในที่ประชุมแต่ไม่ได้คัดคาด
[01:19:31] สมาชิกหรือพรรคพวกนะฮะฉะนั้นมันก็เลยไม่
[01:19:34] รวมถึงเอ่อคนที่อยู่ในมาตรา
[01:19:40] 212 นะ
[01:19:42] ฮะแล้วก็เอ่อมีข้อสังเกตว่าเฉพาะเพียง
[01:19:47] สมาชิกหรือพรรคพวกคนหนึ่งคนใดทำความผิดก็
[01:19:49] เพียงพอนะฮะไม่ต้องทำผิดไม่ต้องทำหมดทุก
[01:19:53] คน
[01:19:54] นะผู้ที่ต้องรับผิดเช่นเดียวกับผู้ลงมือ
[01:19:57] กระทำความผิดนะก็จะมีหัวหน้าผู้จัดการผู้
[01:20:00] มีตำแหน่งนะฮะสมาชิกหรือพรรค
[01:20:03] พวกสมาชิกหรือพรรคพวกที่อยู่ด้วยขณะกระทำ
[01:20:06] ความผิดแต่ไม่ได้กระทำความ
[01:20:08] ผิดนะหรือที่อยู่ด้วยในที่ประชุมแต่ไม่
[01:20:11] ไม่ได้คัดค้านในการตกลง
[01:20:19] กัน
[01:20:21] นะตัวอย่างในเกี่ยวกับเรื่องเนี้ยนะครับ
[01:20:25] ก็จะอยู่ในฎีกาที่
[01:20:28] 4548/2540 นะ
[01:20:33] ฮะ
[01:20:34] จำเลยที่ 4 กับพวกรวม 6 คนนะไปปล้นเอารถ
[01:20:41] ยนต์จากผู้เสียหายคนนึงนะเสร็จแล้วก็เอา
[01:20:46] รถยนต์ที่ปล้นเนี่ยไปปล้นร้าน
[01:20:50] ทองอ่าจากนั้นก็พากันขับรถหลบหนีไป
[01:20:56] นะก็โดยลงเรือที่พวกของจำเลยที่ 4 เจาะรอ
[01:21:01] รับไว้ข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านหนี
[01:21:05] ไป
[01:21:07] ปัญหาที่ขึ้นมาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกานะ
[01:21:11] ฮะก็มี
[01:21:14] ว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เนี่ยได้ร่วมกัน
[01:21:17] วางแผนไปปล้นร้านทองของผู้เสียหายมั้ยนะ
[01:21:20] ฮะได้ได้และก็ได้ร่วมปล้นเอารถยนต์ไปด้วย
[01:21:22] หรือ
[01:21:24] เปล่านะศาิกาท่านก็วินิจฉัยนะว่าจำที่ 1
[01:21:29] ถึงที่ 3 กับพวกรวม 6 คนเนี่ยร่วมกันวาง
[01:21:33] แผนไปปล้นทรัพย์อันเป็นความผิดตามที่
[01:21:37] บัญญัติไว้ในภาค 2 นะฮะเป็นความผิดฐาน
[01:21:41] เป็นซ่องโจรเมื่อจำเนยที่ 4 กับพวกไปปล้น
[01:21:45] ร้านทองของผู้เสียหายที่ 2 ตามแผนที่วาง
[01:21:47] ไว้ฮะจำเนยที่ 1 ถึงที่ 3 ผู้ร่วมวางแผน
[01:21:51] ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปล้นร้านทอง
[01:21:54] ร่วมกับจำเลยที่ 4 กับพวกด้วยนะฮะ 1 กับ 3
[01:21:58] ไม่ได้ไปด้วยนะครับอันนี้ก็ต้องรับผิด
[01:22:03] ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 213 นะและ
[01:22:08] ความผิดฐานเป็นซ่องโจรกับความผิดฐานพ้น
[01:22:10] ทรัพย์เกี่ยวเนื่องกันนะฮะฎีกาเนี้ยมอง
[01:22:13] ว่าเป็นเรื่องของการเกี่ยวเนื่องกันเพราะ
[01:22:17] พวกจำเลยกระทำความผิดฐานเกี่ยวเนื่องกัน
[01:22:21] เพราะพวกจำเลยกระทำความผิดฐานซ่องโจร
[01:22:22] เพื่อจะไปปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย
[01:22:24] อ่าจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษ
[01:22:27] ฐานพ้นทรัพย์ซึ่งเป็นบทหนักอ่ามองในมองใน
[01:22:31] ความสัมพันธ์ของเรียกว่าการกระทำที่มัน
[01:22:34] เกี่ยวเนื่อง
[01:22:35] กัน
[01:22:39] นะทีนี้ถ้าหากว่าสมคบกันว่าจะไปปล้นนะฮะ
[01:22:46] แต่ว่าสมาชิกหรือพรรคพ่วงน่ะทำความผิดนอก
[01:22:49] ความมุ่งหมายก็คือสมคบกันจะไปปล้นระหว่าง
[01:22:53] ทางพวกคนหนึ่งเนี่ยยิงคนอื่นไปนะครับ
[01:22:56] จำเลยต้องรับผิดยังไงอ่าอันนี้ก็จะอยู่ใน
[01:22:58] ฎีกาที่ 116/2471 นะฮะจำเลยกับพวกสมคบกัน
[01:23:03] จะไปปล้นต่อมาเนี่ยมีคนมา
[01:23:06] พบนะพวกของจำเลยคนนึงก็เลยยิงผู้นั้นบาด
[01:23:09] เจ็บแล้วหนีไปนะศาิกาว่าอย่างนี้ลงโทษ
[01:23:14] จำเลยได้เพียงเป็นซ่องโจรนะจะลงโทษฐาน
[01:23:16] พยายามฆ่าคนด้วยไม่
[01:23:25] ออันนี้ก็นอกเหนือความมุ่ง
[01:23:30] หมายสมคบกันจะไปปล้นเฉยๆนะฮะไม่ได้สมคบ
[01:23:33] กันเพื่อจะไปเ่อทำร้ายคนอื่นด้วยนะ
[01:23:40] ฮะจริงๆในเรื่องของเอ่อความผิดฐานซ่องโจร
[01:23:43] ตามมาตรา 210 เนี่ยมันจะเป็นความผิดกรรม
[01:23:47] เดียวกับความผิดที่กระทำตามที่สมคตสมคบ
[01:23:50] หรือไม่เนี่ยมันต้องเอ่อแล้วแต่เจตนาใน
[01:23:54] การสมบกับการกระทำความผิดนะฮะท่านอาจารย์
[01:23:58] จิตติงสภัเนี่ยท่านได้เขียนไว้ในเอ่อ
[01:24:02] หนังสือของท่านนะฮะว่าความผิดฐานซ่องโจร
[01:24:05] ตามมาตรา 210 นะจะเป็นความผิดกรรมเดียว
[01:24:08] กับความผิดที่กระทำตามที่สมคบเช่นปล้น
[01:24:10] ทรัพย์ช่อกงหรือไม่อันนี้ต้องแล้วแต่
[01:24:13] เจตนาในการสมคบกับการกระทำความผิดตามที่
[01:24:16] ได้สมคบ
[01:24:17] เช่นถ้าสมคบกันไปปล้นแล้วก็ได้ไปปล้นตาม
[01:24:20] นั้นก็คงเป็นความผิดกรรมเดียวนะฮะเพราะ
[01:24:24] การสมคบร่วมคิดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการลง
[01:24:27] มือ
[01:24:31] ปล้นนะฮะเป็นหลายกรรมที่มีเจตนาเดียวไม่
[01:24:36] เป็นหลายกรรมต่างกันนะแต่ถ้าสมคบกันเพื่อ
[01:24:39] ปล้นแล้วไปปล้นเป็นคราวคราว
[01:24:41] ไปแล้วแต่จะมีโอกาสก็จะเป็นหลายกระทง
[01:24:46] เพราะเนี่ยต่างเจตนากันไปหลายกรรมต่างกัน
[01:24:48] ได้นะฮะทีนี้ก็จะมาถึงเรื่องที่ว่า
[01:24:52] ศาลฎีกาท่านวางหลักว่าสมคบนั้นสำเร็จแล้ว
[01:24:56] เอ่อสมคบกันเนี่ยผิดสำเร็จไปะกลายเป็น
[01:25:00] ซ่องโจรผิดสำเร็จไปแล้วการกระทำนั้นเป็น
[01:25:02] การกระทำที่นอกเหนือเป็นอีกกรรมหนึ่งต่าง
[01:25:04] หากนะฮะนี้ก็จะเป็นส่วนที่คงจะต้อง
[01:25:07] พิจารณาดูพัฒนาการกันต่อไปนะว่าจะเป็นไป
[01:25:10] ทิศทางไหนนะก็ส่วนใหญ่ฎีกาเอ่อที่ผ่านมา
[01:25:16] เนี่ยก็จะเป็นเรื่องที่ว่าซ่องโจรกับปล้น
[01:25:18] ทรัพย์เนี่ยเกี่ยวเนื่องกันก็เป็นกรรม
[01:25:20] เดียวกันนะ
[01:25:24] ฮะหรือว่าซ่องโจรกับลักทรัพย์ในยานพาหนะ
[01:25:28] ถ้าเกี่ยวเนื่องกันก็จะเป็นกรรมเดียวกัน
[01:25:30] เพิ่งจะมีฎีกาหลังๆนะฮะที่มามองว่าเป็น
[01:25:35] เรื่องของเอ่อกำเ่อเป็นเรื่อง
[01:25:41] ของผิดสำเร็จไปแล้วนะฮะแล้วก็เป็นหลาย
[01:25:44] กรรมต่างกัน
[01:25:53] นะทีนี้ต่อไปเรามาที่มาตรา 214 นะฮะมาตรา
[01:25:59] 214 เนี่ยเ่อความผิดฐานเป็นปกติธุระจัด
[01:26:03] หาที่พำนักที่ซ่อนเร้นที่ประชุมนะให้แก่
[01:26:09] บุคคลซึ่งตนรู้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดที่
[01:26:13] บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้นะ
[01:26:19] ครับมีข้อสังเกตว่าเอ่อคนที่กระทำความผิด
[01:26:24] ตามมาตรา 214 เนี่ยจะต้องทำเป็นลักษณะ
[01:26:27] เป็นปกติธุระนะคำว่าเป็นปกติธุระก็คือทำ
[01:26:31] เป็น
[01:26:32] ประจำปกติธุระประจำทำสม่ำเสมอฉะนั้นทำ
[01:26:36] ครั้งเดียวไม่พอนะฮะทำครั้งเดียวทำเพียง
[01:26:41] แค่ครั้งเดียวเนี่ยถ้าข้อเท็จจริงฟังได้
[01:26:42] ว่าทำเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวยังฟัง
[01:26:45] ไม่ได้ว่าเป็นปกติธุระนะอย่างน้อยที่สุด
[01:26:48] ต้อง 2 ครั้งขึ้น
[01:26:50] ไปนะถึงจะพอฟังได้ว่าเป็นปกติธุระแล้วก็
[01:26:54] ทำให้แก่ผู้กระทำความผิดที่บัญญัติไว้ใน
[01:26:56] ภาค 2 ของประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้นนะฮะ
[01:27:00] จัดหาที่พำนักที่ซ่อนเล่นที่ประชุมให้แก่
[01:27:02] บุคคลซึ่งตนรู้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดที่
[01:27:07] บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ก็คือประมาอาญาภาค 2
[01:27:10] นี้นะฮะเป็นการช่วยเหลือก็ก็คือจัดหาที่
[01:27:14] พำนักที่ซ่อนเร้นหรือที่ประชุมก็ได้นะั้น
[01:27:18] พอเป็นการทำให้แก่ผู้กระทำความผิดที่
[01:27:20] บัญญัติไว้ในภาค 2 จึงเป็นการช่วยเหลือ
[01:27:23] หลังการกระทำความ
[01:27:25] ผิดนะฮะแตกต่างจากผู้สนับสนุนนะฮะผู้
[01:27:30] สนับสนุนตามเอ่อมาตรา 86 เนี่ยเป็นเรื่อง
[01:27:34] ก่อนหรือขณะกระทำความผิดนะครับถ้าช่วย
[01:27:38] เหลือก่อนหรือขณะกระทำความผิดก็เป็นการ
[01:27:40] สนับสนุนไปแต่ถ้าเป็นการช่วยเหลือช่วย
[01:27:45] เหลือแค่นี้เองนะฮะช่วยเหลือแค่จัดหาที่
[01:27:47] พำนักที่ซ่อนและเล่นหรือที่ประชุมอันนี้
[01:27:50] หลังกระทงความ
[01:27:51] ผิดนะ
[01:27:54] ครับแล้วก็มาตรา 214 นี้ก็จะแตกต่างจาก
[01:27:59] มาตรา
[01:28:01] 189 189 เนี่ยผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็น
[01:28:05] ผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่า
[01:28:07] กระทำความผิดอันนี้ใช้ความผิดโลหุโทษ
[01:28:09] เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้น
[01:28:14] โดยซ่อนเล้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการ
[01:28:17] ใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุมอันนี้ก็ช่วย
[01:28:20] เหมือนกันนะฮะแต่ช่วยคนละคนละลักษณะแล้ว
[01:28:23] ใน 189 นี้ทำครั้งเดียวก็
[01:28:27] ผิดนะแต่แล้วมีเจตนาพิเศษคือเพื่อไม่ให้
[01:28:31] ต้องโทษนะแต่ในในมาตรา 214 อันนี้ต้องทำ
[01:28:36] อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไปทำครั้งเดียวยัง
[01:28:38] ไม่ผิดเพราะกฎหมายใช้คำว่าผู้ใดประพฤติตน
[01:28:41] เป็นปกติ
[01:28:43] ธุระนะ
[01:28:45] ฮะส่วนในวรรค 2 นะถ้าเป็นการถ้าการกระทำ
[01:28:50] ความผิดนั้นเป็นการกระทำเพื่อช่วยบิดา
[01:28:52] มารดาบุตรสามีหรือภรรยาศาลจะไม่ลงโทษก็
[01:28:55] ได้อันนี้ก็เป็นอ่ามาตราที่ให้ดุพินิศาร
[01:28:59] จะลงโทษหรือไม่ลงโทษก็ได้นะลงโทษหรือไม่
[01:29:02] ลงโทษนะ
[01:29:07] ฮะทนี้เรามาถึงอ่ามาตรา 215 5 นะฮะความ
[01:29:12] ผิดอีกฐานหนึ่งก็ความผิดฐานมั่ว
[01:29:15] สุมความผิดฐานมั่วสุมหรือความผิดฐานก่อ
[01:29:18] การจราจลตามกฎหมายเดิมกฎหมายลักษณะอาญา
[01:29:21] เดิมนั่นเองนะฮะซึ่งบัญญัติอยู่ในมาตรา
[01:29:24] 215 เนี่ยผู้ใดมั่วสูงกันตั้งแต่ 10 คน
[01:29:27] ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็นว่าจะใช้
[01:29:30] กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่ง
[01:29:32] อย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้าน
[01:29:35] เมืองนะต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
[01:29:39] นะเราวรรค 2 ว่าถ้าหากผู้กระทำความผิดคน
[01:29:42] ใดคนหนึ่งมีอาวุธบรรดาผู้ที่กระทำความผิด
[01:29:45] ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีนะฮก็จะ
[01:29:49] เป็นโทษที่สูงขึ้นคนใดคนหนึ่งมีอาวุธนะ
[01:29:54] ฮะแล้วถ้าหากในวรรค 3 ผู้กระดำความผิด
[01:29:58] เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ
[01:30:00] ก็ระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีโทษก็จะหนัก
[01:30:03] ขึ้นนะการมั่วสุมคืออะไรฮะการมั่วสุมก็
[01:30:07] คือการเข้ามารวมกันโดยไม่จำเป็นต้องรู้
[01:30:11] จักกันหรือไม่จำเป็นต้องมีการนัดหมายวาง
[01:30:15] แผนกันมาก่อนต่างคนต่างมาตามลำพังนะฮะที
[01:30:19] ละคน 2 คนจนถึง 10 คนก็ได้นัดหมายกันมาก็
[01:30:23] ได้ไม่ต้องมีนัดหมายกันมาก็ได้นะ
[01:30:29] ฮะในฎีกาที่
[01:30:32] 772/2482 นะฮะเป็นการเป็นฎีกาที่ตัดสิน
[01:30:35] ตามกฎหมายเดิมกฎหมายลักษณาอาญานะซึ่งกฎ
[01:30:40] ลักษณะอาญาเนี่ยคือฐานก่อการจราจนนะฮะบอก
[01:30:43] ว่าศาลฎีกาว่าไม่จำ
[01:30:47] ต้องความผิดตามมาตราเนี้ยนะครับไม่จำต้อง
[01:30:50] สมคบกันหรือนัดกันมาก่อนแต่โจทย์ต้องสืบ
[01:30:54] ว่าเมื่อประชุมก็คือสมัยก่อนใช้คำว่า
[01:30:56] ประชุมนะฮะก็คือคำว่ารวมตัวกันนะฮะเมื่อ
[01:30:59] รวมตัวกันต้องมีคนไม่น้อยกว่า 10 คนมี
[01:31:02] เจตนาก่อการจราจนก็คือก่อให้เกิดความ
[01:31:05] วุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองตามกฎหมายปัจจุบัน
[01:31:07] ตามประมวลกฎหมายอาญานี่
[01:31:09] นะ
[01:31:12] ฮะในฎีกาที่
[01:31:16] 346/2535 เนี่ยนะฮะจำเลยก็ต่อสู้นะฮะบอก
[01:31:21] ว่า
[01:31:24] เอ่อคนที่จะมีความผิดฐานมั่วสุมกันเนี่ย
[01:31:28] นะ
[01:31:28] นะตามมาตรา 215 เนี่ยจะ
[01:31:32] ต้องสู้สู้ว่าจะต้องมีเจตนาที่จะกระทำ
[01:31:37] ความผิดในละเอียดในรายละเอียดอย่างเดียว
[01:31:39] กันนะจึงจะเป็นความผิดฐานมั่วสุมได้นะ
[01:31:43] ซึ่งศาลฎีกาท่านก็เอ่อตอบฎีกาของจำเลยนะฮ
[01:31:49] ว่าการมั่วสุมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
[01:31:52] 215 นะฮะผู้มั่วสุมไม่จำต้องมีเจตนา
[01:31:55] กระทำผิดในรายละเอียดอย่างเดียวกันเพียง
[01:31:58] แต่เป็นการใช้กำลังประทุษระหรือกระทำการ
[01:32:01] อย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้น
[01:32:03] ในบ้านเมืองก็เป็นความผิดแล้วและผู้ที่มา
[01:32:06] มั่วสุมก็ไม่จำไม่จำต้องรู้จักหรือมีการ
[01:32:09] นัดหมายวางแผนกันมาก่อนครับเรื่องเนี้ย
[01:32:12] เป็นเรื่องที่มีการเอ่อเกิดเหตุเมื่อปี
[01:32:15] 2529 นะฮะที่จังหวัดภูเก็ตมีการเผาโรง
[01:32:20] งาน
[01:32:22] แคนทารัมนะฮะมีการชุมนุมประท้วงของคน
[01:32:26] ประมาณของประชาชนประมาณ 60,000 70,000
[01:32:28] คนที่ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ตนะเพื่อรับ
[01:32:32] ฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงาน
[01:32:35] แทนทารัมนะซึ่งชาวบ้านประชาชนเนี่ยไม่
[01:32:38] อยากจะให้เปิดโรงงานนะก็มีกำหนดว่าจะมี
[01:32:42] การชี้แจงในเวลา 9:30 น.รัฐมนตรี
[01:32:47] อุตสาหกรรมจะมาเป็นผู้ชี้แจงรอจนถึง 11:00
[01:32:50] น.
[01:32:52] นะฮะรัฐมนตรีก็ไม่มาประชาชนก็ไม่พอใจพอ
[01:32:56] ไม่พอใจก็หาว่าผู้ว่าราชการ
[01:32:59] จังหวัดหลอกลวงนะก็ก่อความวุ่นวายขึ้นโดย
[01:33:03] มีการเผาหุ่นเผาโรงศพเผาหุ่นโรงงานมีคน
[01:33:07] กลุ่มหนึ่งประมาณ 5 50-60 คนเนี่ยดื่ม
[01:33:09] สุลากันรวมตัวที่หน้าศาลาประชาคมนะฮะก็
[01:33:13] โห่ร้องแสดงความไม่พอใจใช้ของแข็งขว้าง
[01:33:17] ป่าอาคารศาลาประชาคมที่ใช้เพื่อ
[01:33:20] สาธารณประโยชน์นะฮะฮะทุบทำลายเก้าอี้เจ้า
[01:33:23] พนักงานตำรวจกับผู้ใหญ่บ้านเห้ามปรามก็
[01:33:26] ไม่ยอมนะไม่ยอมหยุดนะต่อมามีประชาชนอีก
[01:33:31] 4,000 5,000 คนเนี่ยทยอยไปที่โรงแรม
[01:33:34] ภูเก็ตนะฮชื่อโรงแรมภูเก็ตเมืองนะครับ
[01:33:38] เพราะคิดว่ารัฐมนตรีเนี่ยพรรคอยู่ที่โรง
[01:33:40] แรมดังกล่าวแล้วต้องการพบตัว
[01:33:43] รัฐมนตรีนะผู้จัดการโรงแรมบอกไม่มีตัว
[01:33:46] รัฐมนตรีอยู่ที่นี่ก็ไม่เชื่อนะประชาชน
[01:33:49] ไม่เชื่อก็รอจนถึง 14:00 น.
[01:33:51] นะนัดตั้งแต่ 9:30 น.จนถึง 11:00 น.นะนี่
[01:33:55] อันนี้ 14:00 น.นะฮะก็มีคนมาจุดไฟเผาหุ่น
[01:33:59] ฟางที่หน้าโรงแรมหลังจากนั้นก็มีคนขว้าง
[01:34:01] ปลาเอ่อวัตถุของแข็งไปที่โรงแรมเข้าไปใน
[01:34:04] โรงแรมจุดไฟเผาชั้นล่างลงของโรงแรมนะฮะ
[01:34:07] แล้วก็ขณะเดียวกันก็มีประชาชนอีกกลุ่มนึง
[01:34:10] 2-300 คนไปที่โรงแงโรงงานทันทาลัมเนี่ย
[01:34:14] นะฮะจุดไฟเผาป้อมยามนะเจ้าพนักงานตำรวจก็
[01:34:18] ห้ามปรามให้เลิกทำลายทรัพย์สินทั้งที่สา
[01:34:21] ประชาคมทั้งที่โรงแรมภูเก็ตเมอรินทั้งที่
[01:34:23] โรงงานแทนทลัมนะฮะประชาประชาชนเหล่านั้น
[01:34:27] ก็เอ่อไม่หยุดทำลายทรัพย์สินนะ
[01:34:31] ครับจำเลยเนี่ยฎีกาว่าการรวมกลุ่มของคน
[01:34:37] หน้าโรงแรมภูเก็ตเมอรินนะฮะไม่เป็นการ
[01:34:39] มั่วสุมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215
[01:34:44] เพราะการรวมกลุ่มของคนดังกล่าวไม่ได้มี
[01:34:46] เจตนากระทำผิดในรายละเอียดอย่างเดียว
[01:34:51] กันนะจะเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมี
[01:34:55] ทั้งเผาหุ่นบุกเข้าไปในโรงแรมจุดไฟเผามี
[01:34:59] การขว้างปลาสิ่งของทำลายเนี่ยนะราย
[01:35:01] ละเอียดแตกต่างกันหมดนะครับจำเลยก็เลยต่อ
[01:35:05] สู้นะฮะว่าการจะเป็นมั่วสุมเนี่ยคนแต่ละ
[01:35:08] คนต้องมีเจตนากระทำผิดในรายละเอียดอย่าง
[01:35:11] เดียวกันนะศาลฎีกาก็เห็นว่าการมั่วสุมนี้
[01:35:14] ไม่จำผู้มั่วสุมไม่จำต้องมีเจตนากระทำผิด
[01:35:18] ในรายละเอียดอย่างเดียวกันเพียงแต่เป็น
[01:35:20] การใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เขญว่าจะใช้
[01:35:22] กำลัง
[01:35:23] ประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
[01:35:26] ให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองก็เป็น
[01:35:28] ความผิดตามบทมาตราดังกล่าวนี้แล้วนะฮะอัน
[01:35:32] นี้จำนวนคนเกินแน่นะฮะเพราะต้องเอ่อหลาย
[01:35:37] พันคนนะครับเกินกว่า 10 คนนะครับมีการใช้
[01:35:41] กำลังประทุษร้ายขึ้นมามีก่อให้เกิดความ
[01:35:45] วุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองขึ้นมานะฮะคบองค์
[01:35:48] ประกอบความผิดฐานมั่วสุมนะฮะเพียงแต่ว่า
[01:35:54] เอ่อเอ่อเจตนาของแต่ละคนเนี่ยต้องมีต้อง
[01:35:58] มีรายละเอียดอย่างเดียวกันหรือไม่ศาลฎีกา
[01:36:00] ว่าไม่จำเป็นนะฮะและผู้ที่มามั่วสุมก็ไม่
[01:36:02] จำต้องรู้จักกันด้วยนะั้นการมั่วสุมเนี่ย
[01:36:06] มันเป็นเรื่องของต่างคนต่างมาไม่ต้องรู้
[01:36:08] จักกันไม่ต้องนัดหมายกันก็มาได้นะฮะมีนัด
[01:36:12] หมายกันมาก็ได้นะเมื่อเมื่อฟังได้ว่า
[01:36:15] จำเลยเนี่ยอยู่ในกลุ่มคนที่ร่วมกันใช้
[01:36:17] วัตถุของแข็งขว้างปลาโรงแรมจึงเป็นการ
[01:36:20] มั่วสุมตามบทกฎหมายดังกล่าวนี้แล้วนะฮะ
[01:36:23] อันนี้ก็ก็จะเป็นฎีกา
[01:36:26] ที่เอ่อ
[01:36:28] 346/2535 นะฮะทีนี้พูดถึงว่าถ้าหากว่ามี
[01:36:32] การนัดหมายมานะอย่างเช่นการนัดจุดงาน
[01:36:36] ประท้วงเนี่ยนะฮะนะศาลฎีกาในฎีกาที่
[01:36:41] 2387/2536 ก็เคยวินิจฉัยไว้นะว่าไอ้กรณี
[01:36:45] อย่างเนี้ยก็ก็ถือว่าเป็นการมั่วสุมได้
[01:36:49] ด้วยเช่นเดียวกันนะฮะ
[01:36:54] พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานนะฮะปี 54 นะ
[01:36:59] มั่สูงคือการชุมนุมกันเพื่อกระทำการในทาง
[01:37:02] ไม่
[01:37:04] ดีชุมนุมกันเพื่อกระทำการในทางไม่ดีนะใน
[01:37:09] ฎีกาที่
[01:37:11] 2387/2536 เนี่ยนะครับจำเลยเป็นเจ้าหน้า
[01:37:14] ที่ของสภาองค์การลูกจ้างนะฮะไปมีบทบาทใน
[01:37:19] การให้คำแนะนำปรึกษา
[01:37:22] ศึกษาสั่งการในการนัดหยุดงานประท้วงของ
[01:37:24] ลูกจ้างประมาณ 300 คนนะอันนี้เกินกว่า 10
[01:37:27] คนนะและอยู่ร่วมในการนัดจุดงานประท้วง
[01:37:32] ปากฎข้อเท็จจริงว่าการนัดหยุดงานไม่ได้
[01:37:36] เป็นไปตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่บัญญัติ
[01:37:38] ไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ปี 2518
[01:37:42] นะฮะคดีนี้เกิดเมื่อปี 2536 นะฮะแต่เป็น
[01:37:46] การนัดหยุดงานเพื่อต่อรองบีบบังคับให้นาย
[01:37:49] จ้างรับลูกจ้างที่ถูกเลือกจ้างกลับเข้าทำ
[01:37:51] งานแม้ในระยะเริ่มต้นลูกจ้างจะนัดจุดงาน
[01:37:54] ด้วยความสงบนะแต่ต่อมาเนี่ยมีการปะทะและ
[01:37:58] ทำร้ายซึ่งกันและกันระหว่างลูกจ้างที่นัด
[01:38:00] จุดงานกับลูกจ้างที่ทำงานในโรงงานเอมีการ
[01:38:03] ปิดกั้นประตูทางเข้าออกโรงงานเพื่อไม่ให้
[01:38:06] ลูกจ้างอีกส่วนหนึ่งที่ประสงค์จะเข้าทำ
[01:38:08] งานให้เข้าออกได้อ่านั้นมันก็เกิดความ
[01:38:10] วุ่นวายละนะครับนอกจากนี้ยังมีการขว้างตา
[01:38:14] วัตถุก้อนอิฐก้อนหินเข้าไปในโรงงานด้วย
[01:38:17] เหตุเกิดริมถนนสาธารณะ
[01:38:19] นะฮะมันจึงเป็นการเกิดเหตุวุ่นวายในบ้าน
[01:38:22] เมืองนะครับอันเป็นริมถนนสาธารณะอันเป็น
[01:38:26] ที่สัญจรของบุคคลทั่วไปอันนี้กล้าว่าเ่อ
[01:38:29] การกระทำดังกล่าวนี้เป็นความผิดฐานก่อให้
[01:38:31] เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองนะจะเห็นว่า
[01:38:34] มันครบองค์ประกอบทุกส่วนนะครับเรื่องของ
[01:38:36] จำนวนคนเรื่องของการใช้กำลังประทุษร้ายนะ
[01:38:41] ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองนะ
[01:38:44] อันนี้นัดหมายมานัดหมายมาเพราะนัดจุดงาน
[01:38:48] ประท้วง
[01:38:49] นะครับก็จึงถือว่าอยู่ในส่วนที่ว่านี้นะ
[01:38:53] ครับผิดตามมาตรานี้
[01:38:59] ได้การมั่วสุมที่เราว่าเอ่อไม่ต้องนัด
[01:39:03] หมายกันนะ
[01:39:05] ฮะแต่ว่าการกระทำตอนใช้กำลังประทุษร้าย
[01:39:08] เนี่ยต้องเป็นการกระทำด้วยความประสงค์
[01:39:10] ร่วมกันของผู้ที่มั่วสูงกว่า 10 คนนี้นะ
[01:39:13] ฮะในฎีกาที่
[01:39:17] 772/2482 2 นะฮะมีราษฎร 200-300 คนนะฮะ
[01:39:21] ไปดูงานแล้วเกิดวิวาทกันระหว่างคน 2 คน
[01:39:24] แล้วเกิดวิวาทระหว่างราษฎรอื่นด้วยนะ
[01:39:27] ศาฎีกาท่านก็วินิจฉัยว่าอย่างเนี้ยเป็น
[01:39:29] ความผิดฐาน
[01:39:32] เอ่อมั่วสุมนะฮะซึ่งอาจารย์จิตตินะฮะท่าน
[01:39:37] ก็ไม่เห็นด้วยนะฮะความเห็นท่านอาจารย์
[01:39:39] จิตติท่านบอกว่าคนจำนวนมากเกิดวิวาทกัน
[01:39:42] ชุลมุนโดยปัจจุบันแม้จะเป็นการใช้กำลัง
[01:39:44] พทุษร้ายแต่ก็เป็นการที่ต่างคนต่าง
[01:39:48] ธรรมนะมิใช่ความประสงค์ร่วมกันไม่เป็น
[01:39:50] ความผิดฐานนี้เพราะมิได้ตกลงหรือพร้อมใจ
[01:39:53] กระทำร่วม
[01:39:55] กันนะ
[01:39:58] ฮะในส่วนของการใช้กำลังประทุษร้ายนะฮะก็
[01:40:04] ต้องไปดูนิยามที่อยู่ในประมวลกับมหาญา
[01:40:07] มาตรา 1 วงบ 6 นะฮะว่าทำเป็นการทำการ
[01:40:12] ประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคลไม่ว่า
[01:40:15] จะทำด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด
[01:40:19] และให้หมายความรวมถึงการกระทำใดๆซึ่งเป็น
[01:40:22] เหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่
[01:40:24] ไม่สามารถขัดขืนได้ไม่ว่าจะโดยใช้ยาทำให้
[01:40:27] มึนเมาสะกดเจ็บหรือใช้วิธีอื่นใดอันคล้าย
[01:40:30] คลึงกันนะฮะในส่วนเนี้ยมีบทนิยามศัพท์นะ
[01:40:35] เพราะฉะนั้นในความหมายก็ต้องย้อนกลับไปดู
[01:40:37] ในบทนิยามศัพท์ที่เ่อประมวลกฎหมายอาญาใช้
[01:40:41] บังคับนะครับเรื่องของการใช้กำลัง
[01:40:43] ประทุษร้าย
[01:40:46] ฮะก็สำหรับวันนี้ขอเอ่อยุติไว้เพียงเท่า
[01:40:52] นี้ก่อนนะฮะ
[01:40:54] แล้ว่อคราวหน้าก็จะมาว่ากันต่อในส่วนที่
[01:40:58] เรื่องของการวุ่นวายในบ้านเมืองนั้นมี
[01:41:02] ความหมายว่าอย่างไร
